การกำหนดวาระการเมืองในยุคดิจิทัล : ศึกษาเปรียบเทียบการสื่อสารในสังคมไทยร่วมสมัยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา
คำสำคัญ:
การกำหนดวาระ, ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา, สื่อสังคมออนไลน์บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การกำหนดวาระทางการเมืองในยุคดิจิทัล ผ่านกรณีศึกษาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา พ.ศ. 2568 เพื่อทำความเข้าใจพลวัตของการสื่อสารทางการเมืองที่เปลี่ยนจากยุคที่รัฐและสื่อกระแสหลักเป็นผู้ผูกขาด ไปสู่ยุคที่โซเชียลมีเดียและพลเมืองดิจิทัลมีบทบาทร่วมในการกำหนดวาระ (Agenda Setting) การศึกษานี้ใช้การสังเคราะห์งานวิชาการด้านการสื่อสารการเมือง ร่วมกับการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากสื่อมวลชนและสื่อดิจิทัล ผลการวิเคราะห์พบว่า 1. การกำหนดวาระไม่ได้ถูกผูกขาดโดยรัฐหรือสื่อกระแสหลักอีกต่อไป แต่พลเมืองดิจิทัล อินฟลูเอนเซอร์ และสื่อออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการสร้างและผลักดันวาระ 2. การสื่อสารผ่านเครือข่ายดิจิทัลเปิดพื้นที่ให้การตีความสถานการณ์ความขัดแย้งดำเนินไปในหลายกรอบ ทั้งกรอบความมั่นคง ชาตินิยม สิทธิมนุษยชน และสันติภาพ 3. ผลกระทบของกระบวนการกำหนดวาระในสังคมออนไลน์สะท้อนถึงการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนตรวจสอบและมีส่วนร่วม แต่ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดปัญหา เช่น ข่าวปลอม การบิดเบือนข้อมูล และการแบ่งขั้วทางการเมือง บทความชี้ให้เห็นว่าการกำหนดวาระการเมืองในยุคดิจิทัลมีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการสื่อสารจากรัฐสู่ประชาชน แต่เป็นสนามแข่งขันเชิงวาทกรรมที่พลเมืองมีบทบาทสำคัญส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างการเมืองไทยในสภาวะความขัดแย้งร่วมสมัย
เอกสารอ้างอิง
ข่าวโมโน. (2568). รัฐบาลไทยโคตรอ่อน ปล่อย “เขมร” ขู่. สืบค้น 21 สิงหาคม 2568, จาก https://www.facebook.com/watch/?v=4088657751375577
เดอะ พลับบิชเชอร์. (2568). เราหยุดยิง แต่เขมรไม่หยุดเดิน. สืบค้น 21 สิงหาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/JtTyZ
ไทยพีบีเอส. (2568). กต.ยันไทยไม่ตอบโต้โซเชียล ใช้ช่องทางทูตแก้ปัญหากัมพูชา. สืบค้น 21 สิงหาคม 2568, จาก https://www.thaipbs.or.th/news/content/353876
ไทยโพสต์. (2568). คปท.เดือด! จวกรัฐบาลขี้ขลาด นัดรวมพล 13 ส.ค. หลังทหารไทยยัง เหยียบกับระเบิด. สืบค้น 21 สิงหาคม 2568, จาก https://www.thaipost.net/x-cite-news/840603/
_____. (2568). ซัดฝ่ายการเมืองจับมือโชว์ภาพสันติ! ข้องใจหยุดยิงไร้เงื่อนไขคืออะไร. สืบค้น 21 สิงหาคม 2568, จาก https://www.thaipost.net/hi-light/832925/
_____. (2568). สองตระกูล หนึ่งผลประโยชน์: เบื้องหลังสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา. สืบค้น 21 สิงหาคม 2568, จาก https://www.thaipost.net/hi-light/778885/
นันทนา นันทวโรภาส. (2558). สื่อสารการเมือง ทฤษฎีการประยุกต์ใช้ (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ: แมสมีเดีย.
แนวหน้า. (2568). ฉะไม่กล้าฟ้องศาลอาญาระหว่างปท. ข้องใจรัฐบาล ‘ปชน.’ ซัดเอี่ยวผลประโยชน์ เย้ยฟ้อง‘ฮุนเซน’แค่สัญลักษณ์. สืบค้น 21 สิงหาคม 2568, จาก https://www.naewna.com/politic/908401
ผู้จัดการออนไลน์. (2568). ต้องไล่ “รัฐบาล” ก่อนไล่ทหารเขมร?. สืบค้น 21 สิงหาคม 2568, จาก https://mgronline.com/specialscoop/detail/9680000052896
Benkler, Y. (2006). The Wealth of Networks: How Social Production Transforms Markets and Freedom. London: Yale University Press.
Castells, M. (2009). Communication Power. Oxford: Oxford University Press.
Chachavalpongpun, P. (2013). Reinventing Thailand: Thaksin and His Foreign Policy. Singapore: Institute of Southeast Asian Studies.
Cinelli, M. et al. (2021). The Echo Chamber Effect on Social Media. PNAS, 118(9), 1-18.
Flaxman, S. et al. (2016). Filter Bubbles, Echo Chambers, and Online News Consumption. Public Opinion Quarterly, 80(S1), 298-320.
Keyes, C. F. (1995). The Golden Peninsula: Culture and Adaptation in Mainland Southeast Asia. Honolulu, HI: University of Hawaii Press.
McCombs, M. E. & Shaw, D. L. (1972). The Agenda-Setting Function of Mass Media, Public Opinion. United Kingdom: Quarterly: Oxford University Press, 36(2), 176-187.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

