ความท้าทายของผู้บริหารสถานศึกษาในการบริหารความแตกต่างทางเจเนอเรชันของครู
คำสำคัญ:
การบริหารสถานศึกษา, ความหลากหลายทางเจเนอเรชัน, ครูต่างวัยบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับความท้าทายของผู้บริหารสถานศึกษาจากความแตกต่างทางเจเนอเรชันของครู พร้อมเสนอแนวทางการบริหารจัดการที่เหมาะสมในบริบทสถานศึกษาไทย ศตวรรษที่ 21 โดยใช้การทบทวนและสังเคราะห์เอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศผลการทบทวนและสังเคราะห์พบว่า สถานศึกษาไทยประกอบด้วยครู 3 เจเนอเรชันหลัก ได้แก่ Gen X, Gen Y และ Gen Z ซึ่งมีความแตกต่างกันด้านค่านิยม การสื่อสาร แรงจูงใจ การยอมรับเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำงานร่วมกัน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการทำงานเป็นทีม หากผู้บริหารใช้วิธีการบริหารแบบเดิมที่ไม่ยืดหยุ่น อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ลดความผูกพันต่อองค์กร และกระทบต่อคุณภาพการเรียนรู้ จากผลการสังเคราะห์ได้นำไปสู่ข้อเสนอองค์ความรู้ใหม่ 5 แนวทางในการบริหารความแตกต่าง ได้แก่ (1) การสร้างทีมงานที่หลากหลายและการทำงานเป็นทีม (2) การพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง (3) การสอนงาน การให้คำปรึกษา และการดูแลบุคลากร (4) การสร้างโอกาสและ ความเสมอภาค และ (5) การสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์ และการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งแนวทางเหล่านี้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถเปลี่ยนความหลากหลายทางเจเนอเรชันให้เป็นพลังจัดการความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ และยกระดับคุณภาพการศึกษาได้อย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
จันทมร สีหาบุญลี และ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักวิชาการ กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา. (2568.). การแบ่งกลุ่มประชากรใหม่. สืบค้น 14 กรกฎาคม 2569, จากhttps://prt.parliament.go.th/items/a882cd4b-dd26-4a6c-ad77-31788645b801.
จำเนียร จวงตระกูล และคณะ. (2569). การบริหารจัดการบุคลากรหลายช่วงวัยในองค์การ. วารสารสมาคมรัฐประศาสนศาสตร์แห่งประเทศไทย, 8(1), 10–27.
ฐาปนี วงศ์พรหม และคณะ. (2562). การวิเคราะห์การบริหารครูเจเนอเรชั่นวายของโรงเรียนเอกชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียนในศตวรรษที่ 21. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 47(1), 139-155.
ณัฐชญา เพ็งธรรม และเสาวนี สิริสุขศิลป์. (2566). โมเดลสมการโครงสร้างการจัดการความหลากหลายทางเจเนอเรชันที่ส่งผลต่อประสิทธิผล การปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 29(1), 37–52.
ณัฐภัทร ยอดนิล. (2568). การแบ่งช่วงอายุแต่ละ Generation (อัพเดทปี 2025). สืบค้น 15กรกฎาคม 2569, จาก https://www.Sixtygram.com/ช่วงอายุ-generation.
ธีรศักดิ์ ม่วงเพชร และเพียงแข ภูผายาง. (2568). การพัฒนาตัวบ่งชี้การจัดการความหลากหลายทางเจเนอเรชั่นของบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 1. วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา, 16(1), 139–156.
พัฒนกร ปานฑสูตร. (2563). การจัดการความหลากหลายของบุคลากรในโรงเรียนมัธยมศึกษา (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พงศ์พิษณุ ตางจงราช และดาวรุวรรณ ถวิลการ. (2564). รูปแบบการบริหารจัดการความหลากหลายทางเจเนอเรชันของบุคลากรในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 2. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 16(1), 140–159.
พรธิดา ลุพวุฒิติ. (2567). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์กับปัญหาช่องว่างระหว่างวัยขององค์กรภาครัฐ (วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ศิริพรรณ พลสมัคร. (2564). การทำงานเป็นทีมของบุคลากรต่างเจนเนอร์เรชั่นกับประสิทธิผลของการทำงาน: กรณีศึกษา ข้าราชการพลเรือนสามัญในกรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจและกิจสาธารณะ). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุพิชฌาย์ เลิศสกุลภักดี และ สฎายุ ธีระวณิชตระกูล. (2568). แนวทางพัฒนาการบริหารจัดการความหลากหลายทางเจเนอเรชั่นในโรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2569). ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำแนกตามช่วงอายุ. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2569, จาก https://hrms.obec.go.th.
อินอาม นาปาเลน และคณะ. (2569). การบริหารงานบุคคลของผู้บริหารสถานศึกษาภายใต้ความแตกต่างระหว่างวัย. วารสารครุศาสตร์และการพัฒนามนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 6(1), 56–71.
Appelbaum, S. H., & et al.. (2022). A study of generational conflicts in the workplace. European Journal of Business and Management Research, 7(2), 7–15.
Darmawan, E., Rahman, T. K. A., & Thamrin, N. R. (2024). Evaluating readiness and acceptance of artificial intelligence adoption among elementary school teachers. Jurnal Online Informatika, 9(2), 228–237.
Demirbilek, M., & Keser, S. (2022). Leadership expectations of Generation Z teachers working in educational organizations. Research in Educational Administration and Leadership, 7(1), 209–245.
Hans, S., Nayeem, A. M., Mikkilineni, S., & Gupta, R. (2023). Exploring the relationship between generational diversity and knowledge sharing: The moderating role of workplace intergenerational climate, boundary-spanning leadership and respect. Employee Relations: The International Journal, 45(6), 1437-1454.
Lazaro, B. L. G., & et al.. (2024). Unveiling The Lived Experiences of School Heads in Managing Intergenerational Diversity among Proficient Teachers. International Journal of Multidisciplinary: Applied Business and Education Research, 5(9), 3711-3811.
Mannheim, K. (2013). Essays on the Sociology of Knowledge (Vol. 5). New York: Routledge.
Marrero Galván, J. & et al.. (2023). The impact of the first millennial teachers on education: views held by different generations of teachers. Education and Information Technologies, 28(11), 14805-14826.
McCrindle, M., & Wolfinger, E. (2009). The ABC of XYZ: Understanding the global generations. The ABC of XYZ.
Polat, S., Celik, C., & Okcu, Y. (2019). School administrators' perspectives on teachers from different generations: SWOT analysis. SAGE Open, 9(3), 2158-2440.
Thanawat, H., & et al.. (2025). Generational differences and organizational toxic workplace in teachers in the Eastern Economic Corridor Area of Thailand. Journal of UOEH, 47(4), 171–180.
Twenge, J. M., & Maby, M. (2023). Generations: The real differences between Gen Z, Millennials, Gen X, Boomers, and Silents—and what they mean for America's future (Vol. 422). Atria Books.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

