พุทธวิธีส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม

ผู้แต่ง

  • บัณฑิต ป้านสวาท คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • วัชรินทร์ ชาญศิลป์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาระดับการสื่อสารทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักวจีสุจริตกับการสื่อสารทางการเมือง 3. นำเสนอพุทธวิธีเพื่อเสริมสร้างการสื่อสารทางการเมือง ใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสานวิธีโดยมีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ด้วยสูตรการคํานวณของทาโร่ ยามาเน่ ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 399 คน ด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.966 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพเก็บข้อมูลโดยสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีพรรณนา

ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการสื่อสารทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง 2. หลักวจีสุจริต 4 กับการสื่อสารทางการเมือง โดยภาพรวม มีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง (R=.622**) มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 แสดงให้เห็นว่าเมื่อประชาชนประยุกต์หลักวจีสุจริต 4 ในการสื่อสารจะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างสุภาพ และเกิดความรับผิดชอบต่อข้อมูล ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองมีคุณภาพ 3. แนวการปฏิบัติที่ส่งเสริมการสื่อสาร 4 ด้าน ได้แก่ 1. สัจจวาจา เมื่อประชาชนยึดหลักการพูดความจริงในการสื่อสารจะช่วยให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ ส่งเสริมการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง 2. อปิสุณาวาจา การสื่อสารที่มุ่งสร้างความเข้าใจและความปรองดอง ช่วยลดความขัดแย้งและเสริมสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน 3. สัณหวาจา การใช้ถ้อยคำที่สุภาพและให้เกียรติผู้อื่น ช่วยให้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับมากขึ้น และ 4. มันตภาสา การสื่อสารที่มุ่งประโยชน์ส่วนรวม ช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของข้อมูลและส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างมีคุณภาพ

เอกสารอ้างอิง

จินต์จุฑา พันธุ์ทองคำ. (2567). สำรวจหลักสำคัญการสื่อสารจากรัฐบาลในช่วงเวลาสงครามข่าวสาร ที่ประชาชนต้องการความจริง.สืบค้น 19 ตุลาคม 2567. จาก https://thematter.co/social/politics/government-communication-wartime/247279.

พระครูธรรมธรบุญเที่ยง พุทฺธสาวโก (ลักษณ์พลวงค์). (2564) การบูรณาการหลักพุทธธรรมกับการสื่อสารทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระครูศรีปรีชากร (เลื่อน บุญยงค์). (2562). แนวทางการสื่อสารเชิงพุทธเพื่อสันติสุขในสังคมไทย (ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระชินกร สุจิตฺโต (ทองดี). (2564). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมือง สำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระนุชิต นาคเสโน (โพวิชัย). (2565). การพัฒนาการสื่อสารทางการเมืองตามแนวพระพุทธศาสนาของ นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระมหาอานนท์ ทิพย์สิงห์. (2569). การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น : ปัญหา และอุปสรรค. วารสารบัณฑิตศึกษาวิชาการ, 4(2), 130-143.

พระมหาอานนท์ อคฺคปญฺโญ, และคณะ. (2569) การสื่อสารทางการเมืองของรัฐบาลในภาวะวิกฤต. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 8(6), 376-386.

พระอนุรักษ์ อนุรกฺขิโต (รัฐธรรม) และคณะ. (2562) การศึกษาวิเคราะห์ประโยชน์ของสัมมาวาจาในสถาบันครอบครัวของนักเรียนโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม. 3(2), 28-29.

พิบูลย์ เพียรพานิชกุล และคณะ. (2566). การพัฒนาการสื่อสารทางการเมืองเชิงพุทธเพื่อการเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(2), 50-62.

มนัสนันท์ ศิวะพรพัฒนา และคณะ. (2566). การสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองที่มีผลต่อการไปใช้ สิทธิ์เลือกตั้งทั่วไปของประชาชนในอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(1), 74-86.

ศรายุทธ ซื่อสัตย์. (2569). การประยุกต์หลักวจีสุจริตเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่นในเทศบาลตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา. ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 3 และนานาชาติ ครั้งที่ 2 พุทธนวัตกรรมการพัฒนาปัญญาและคุณธรรมที่ยั่งยืน. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา. 146–149.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ.ปยุต ฺโต). (2563). ธรรมาธิปไตยไม่มาจึงหาประชาธิปไตยไม่เจอ จุดบรรจบ : รัฐศาสตร์กับนิติศาสตร์. สืบค้น 21 สิงหาคม 2569, จาก https://www.watnyanaves.net/th/book_detail/226.

สมบัติ นามบุรี. (2562). ทฤษฎีการมีส่วนร่วมในงานรัฐประศาสนศาสตร์. วารสารวิจยวิชาการ, 2(1), 183-197.

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (2567). พื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามข้อมูลเดือนกันยายน 2567. สืบค้น 20 กันยายน 2567, จาก https://www.bora.dopa.go.th.

สุรพล สุยะพรหม และคณะ. (2562). การสื่อสารทางการเมืองของพระเทพปฏิภาณวาที (เจ้าคุณพิพิธ) : ศึกษาในช่วง เวลา พ.ศ. 2540-2560. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(5), 2514-2515.

อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า และนันทนา นันทวโรภาส. (2562). การสื่อสารทางการเมืองเพื่อสถานะภิกษุณีใน ประเทศไทย: ศึกษากรณีภิกษุณีธัมมนันทา. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 8(1), 214-225.

Arnstein, Sherry R., (1969). A Ladder of Citizen Participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216-224.

Best, J.W. (1981). Research in Education. New Jersey: Prentice Hall, Inc.

Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. New York: Wiley & Son.

Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harperand Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-25

รูปแบบการอ้างอิง

ป้านสวาท บ., ชาญศิลป์ ว., & ฉัตรช่อฟ้า อ. (2026). พุทธวิธีส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดสมุทรสงคราม. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 15(5), 214–229. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jssr/article/view/303697