การประเมินความสามารถด้านคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
คำสำคัญ:
ความสามารถด้านคิดสร้างสรรค์, ความต้องการจำเป็น, นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย, การศึกษาปฐมวัยบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพที่เป็นอยู่และสภาพที่ควรจะเป็นของความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ และศึกษาความต้องการจำเป็นของความสามารถ ด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีสุดท้าย สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีสุดท้าย สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 75 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบสะดวก วิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามโดยใช้ค่าสถิติ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์หาสภาพที่เป็นอยู่และสภาพที่ควรจะเป็นของความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ และความต้องการจำเป็นของความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ด้วย Priority Needs Index Modified (PNI Modified)
ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาพรวมสภาพที่เป็นอยู่ของความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีสุดท้ายสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย อยู่ในระดับมาก (=3.92) ขณะที่สภาพที่ควรจะเป็น อยู่ในระดับมากที่สุด (
=4.79) และ 2) ความต้องการจำเป็นของความสามารถด้านคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีสุดท้ายสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มีค่า PNIModified อยู่ระหว่าง 0.20-0.25 โดยด้านที่มีระดับความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านการคิดลื่นไหล รองลงมา ได้แก่ ด้านการคิดหลายแง่มุม และด้านการคิดสิ่งใหม่ ๆ ตามลำดับ จากผลการศึกษา พบว่า การคิดลื่นไหลเป็นทักษะที่นักศึกษาควรได้รับการพัฒนาเป็นลำดับแรก รองลงมา คือ การคิดหลายแง่มุม และการคิดสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงลำดับการพัฒนาเชิงกระบวนการของความคิดสร้างสรรค์ที่เริ่มจากความคล่องแคล่วทางความคิดไปสู่ความสามารถในการมองอย่างหลากหลาย และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์สิ่งใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
เอกสารอ้างอิง
กุลยา ตันติผลาชีวะ. (2551). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: เบรน-เบส บุ๊ค.
บุญชม ศรีสะอาด. (2539). การแปลผลเมื่อใช้เครื่องมือรวบรวมข้อมูลแบบมาตราส่วนประมาณค่า. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2(1), 64-70.
มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (2569). เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและคณะต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยรามคำแหง. สืบค้น 2 เมษายน 2569, จาก https://www.ru.ac.th/th/firstpage/page?view=AboutUs
ยงยุทธ มุ่งหมาย, ธนดล ภูสีฤทธิ์ และสุทธิพงศ์ หกสุวรรณ. (2566). การประเมินความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางการเรียนรู้เปิดแบบสร้างสรรค์เป็นฐานเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา ระดับปริญญาตรี. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 23(3), 233–244.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิรินทร์ ลัดดากลม บุญเชิดชู. (2559). การพัฒนาความสามารถด้านการคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้แบบกำกับตนเอง, วารสารวิชาการ Veridian E-Journal Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 9(2), 1245-1261.
อรวรรณ พุดมอญ. (2568). พัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ตามหลักปัญญา 3 ของบุคลากรโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพที่ 4 จังหวัดปทุมธานี. วารสารปรัชญาปริทรรศน์, 30(1), 157-176.
Guilford, J. P. (1967). The nature of human intelligence. New York: McGraw-Hill Book Company.
Torrance, E. P. (1974). The Torrance Tests of Creative Thinking: Norms-Technical Manual. Princeton, NJ: Personal Press.
Yamane, T. (1967). Elementary Sampling Theory. New Jersey: Prentice Hall, Inc., Engle Clipps.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

