การสร้างอัตลักษณ์พลเมืองที่กระตือรือร้น: วิเคราะห์ผ่านการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชนไทยตามกรอบ E-PARTICIPATION
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วมทางการเมือง, เยาวชนไทย, อัตลักษณ์พลเมืองบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษาพฤติกรรมและรูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชนไทยอายุ 18–35 ปี ในช่วง พ.ศ. 2562–2567 เพื่อวิเคราะห์กระบวนการก่อรูปอัตลักษณ์พลเมืองที่กระตือรือร้นภายใต้บริบทสังคมดิจิทัล โดยใช้การทบทวนวรรณกรรม การวิเคราะห์เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ และกรณีศึกษาการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเยาวชนร่วมสมัย ผลการศึกษาพบว่า เยาวชนไทยมีแนวโน้มเปลี่ยนผ่านจากพลเมืองแบบรับไปสู่พลเมืองที่กระตือรือร้น โดยใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็น เรียกร้องสิทธิ และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อันนำไปสู่การพัฒนาอัตลักษณ์พลเมืองรูปแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดจากโครงสร้างทางการเมืองและกฎหมาย จึงควรส่งเสริมการศึกษาพลเมือง พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เปิดกว้าง และสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมทางการเมืองภายใต้หลักประชาธิปไตยและการเคารพสิทธิพลเมือง
เอกสารอ้างอิง
เกียรติศักดิ์ หวันหยี. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชน: กรณีศึกษาเยาวชนในอำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา (สารนิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการปกครอง). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสยาม.
ชูศักดิ์ บำรุงสุข. (2564). สื่อออนไลน์กับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคนรุ่นใหม่: การใช้ทวิตเตอร์ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ (การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการจัดการ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ณฐมน หมวกฉิม และจริเดช ทังบุตร. (2563). การพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของเยาวชนไทย: กรณีศึกษาเขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร. วารสารรัฐประศาสนศาตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 3(1), 20-32.
วัลลภา เทพหัสดิน ณ อยุธยา. (2528). การเขียนของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายตามทัศนะของอาจารย์และนักเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมคิด พุ่มทุเรียน และประเวศน์ มหารัตน์สกุล. (2565). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของพลเมืองไทยในยุคดิจิทัล. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 10(5), 2298-2312.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2563). การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
Chongvilaivan, A., & Pornchokchai, P. (2021). Title of article. Asian Journal of Law and Society, 8(2), 301–325.
Chris Baker. (2020). Thailand's Crisis of Hierarchical Democracy. Asian Studies Review, 44(3), 420-439.
Clear, J. (2018). Atomic habits: An easy & proven way to build good habits & break bad ones. Avery. Retrieved December 12, 2025, from https://jamesclear.com/atomic-habits
Government of the Republic of Korea. (2025). e-People Annual Report 2023. Retrieved December 12, 2025, from https://www.epeople.go.kr
Habermas, J. (1984). The theory of communicative action: Volume 1: Reason and the rationalization of society. Retrieved December 12, 2025, from https://teddykw2.wordpress.com/wp-content/uploads/2012/07/jurgen-habermas-theory-of-communicative-action-volume-1.pdf
Kevin Hewison. (2018).Thailand: An Old Relationship Renewed. Pacific Review, 31(1), 116-134.
Seongcheol Kim and Jooho Lee. (2012).E-Participation and Civic Engagement in South Korea. Public Administration Review, 72(1). 102-110.
Westheimer, J., & Kahne, J. (2004). What kind of citizen? The politics of educating for democracy. American Educational Research Journal, 41(2), 237–247.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

