การวิเคราะห์และสํารวจมุมมองของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการออกแบบบทเรียนออนไลน์ด้วยกระบวนการโค้ชเพื่อส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลสำหรับครูอาชีวศึกษาเอกชน
คำสำคัญ:
บทเรียนออนไลน์, กระบวนการโค้ช, สมรรถนะดิจิทัล, ครูอาชีวศึกษาเอกชนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.วิเคราะห์และสำรวจมุมมองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการออกแบบบทเรียนออนไลน์ด้วยกระบวนการโค้ชส่งเสริมสมรรถนะดิจิทัลสำหรับครูอาชีวศึกษาเอกชน และ 2.ศึกษาแนวทางการออกแบบบทเรียนออนไลน์ตามกระบวนการโค้ช เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 92 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารจำนวน 2 คน ครูผู้สอนจำนวน 24 คน ผู้เรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ 1 จำนวน 66 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถาม และการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาโดยการจัดหมวดหมู่และเข้ารหัส
ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้บริหาร ครูผู้สอน และผู้เรียนมีมุมมองสอดคล้องกันว่า สถานศึกษามีความจำเป็นต้องพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูและผู้เรียนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมดิจิทัล โดยปัญหาสำคัญที่พบ ได้แก่ ภาระงานส่วนเกินของครู ข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร ความไม่พร้อมของอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ตของผู้เรียน รวมถึงสื่อและกิจกรรมออนไลน์ที่ยังไม่สอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจึงมีความต้องการบทเรียนออนไลน์ที่กระชับ เข้าถึงง่าย ยืดหยุ่น เน้นการปฏิบัติจริง และสามารถนำเทคโนโลยีหรือ AI มาใช้เพื่อลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ 2. แนวทางการออกแบบบทเรียนออนไลน์ตามกระบวนการโค้ช GROW Model ประกอบด้วย 4 ระยะ ได้แก่ 1) Goal การกำหนดเป้าหมายการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและการลดภาระงานของครู 2) Reality การวิเคราะห์สภาพจริง ปัญหา และข้อจำกัดของครูและผู้เรียน 3) Options การแสวงหาทางเลือกผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ การใช้ AI-Assisted Tools และระบบพี่เลี้ยงหรือ Buddy Coaching และ 4) Will การกำหนดแผนปฏิบัติ การติดตามผล และการสร้างแรงจูงใจ เพื่อส่งเสริมให้ครูสามารถพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
ฐิตารีย์ จันทรวัทน์, ภาสกร เรืองรอง, และพิชญาภา ยวงสร้อย. (2568). ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเรียนรู้เชิงรุก: ยกระดับทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับอาชีวศึกษา. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 9(7), 199–213.
นิรุตต์ บุตรแสนลี. (2565). การเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา: การผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงแห่งศตวรรษที่ 21. วารสารวิจัยและนวัตกรรม สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร, 5(1), 1–14.
พงษ์ศักดิ์ ผกามาศ, ภิญญา สุขวิพัฒน์, ปรางทิพย์ เสยกระโทก, และณัฐชยา สมมาศเดชสกุล. (2568). กลยุทธ์การใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการบริหารสถาบันการอาชีวศึกษาสู่ความเป็นเลิศตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอาชีวศึกษาของประเทศไทย. วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และเทคโนโลยี, 5(2). 13–26.
ประจักษ์ อุ่นนันกาศ และคณะ. (2567). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วารสารวิจัยและนวัตกรรม สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร, 7(2), 1–16.
ศิริรัตน์ ศรีสอาด. (2566). การพัฒนาครูด้วยระบบโค้ช โดย GROW Model. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(2), 1131–1142.
วชิราภรณ์ เถาถวิล. (2564). การสังเคราะห์และพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลครูอาชีวศึกษาเพื่อรองรับนโยบายประเทศไทย 4.0. วารสารวิจัยและนวัตกรรม สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร, 4(2), 1–14.
วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2564). การประเมินสมรรถนะดิจิทัลของครู. กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วิทยาลัยเทคโนโลยีท่าบ่อบัณฑิต. (2565). รายงานผลการประเมินการปฏิบัติงาน ประจำปีการศึกษา 2567. สืบค้นเมื่อ 21 ธันวาคม 2568, จาก http://www.bbac.ac.th/
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (ม.ป.ป.). ยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ: นโยบาย ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาในระยะ 15 ปี (พ.ศ. 2555–2569). สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2568, จาก https://www.vec.go.th
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2567). นโยบายการพัฒนาอาชีวศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2569. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2568, จาก https://www2.vec.go.th/Portals/0/นโยบาย2568-2569.pdf
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2562). กรอบสมรรถนะด้านดิจิทัลสำหรับพลเมืองไทย. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2568, จาก https://web.parliament.go.th/assets/portals/1/files/digital_competence_framework_for_thai_citizens.pdf
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2568, จาก https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=13261
สิรพัชญ์ หาญนอก. (2568). การพัฒนาการสอนออนไลน์ในระบบเปิดสำหรับมหาชนในการพัฒนาครูในพื้นที่เมืองแห่งการเรียนรู้เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนในยุคดิจิทัลสู่ชีวิตวิถีถัดไป. วารสารการบริหารการศึกษา มมร. วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 5(1), 62–76.
อังคณา อัตถาพร. (2567). การศึกษาสภาพปัญหาสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 สำหรับครูอาชีวศึกษา ของสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1. วารสารวิจัยและนวัตกรรมการอาชีวศึกษา, 8(2), 139–148.
โอภาส สุขหวาน, พัชราภรณ์ ศรีสวัสดิ์, สกล วรเจริญศรี, ภุชงค์ จันทร์จิระ, และปวัฒวงศ์ บำรุงขันท์. (2562). การศึกษาสมรรถนะความเป็นครูของครูอาชีวศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการอุตสาหกรรมศึกษา, 13(1), 107–121.
Darling-Hammond, L., Hyler, M. E., & Gardner, M. (2017). Effective teacher professional development. Learning Policy Institute.
Knowles, M. S. (1984). The adult learner: A neglected species (3rd ed.). Gulf Publishing.
Krippendorff, K. (2019). Content analysis: An introduction to its methodology (4th ed.). SAGE Publications.
McKenney, S., & Reeves, T. C. (2012). Conducting educational design research. Routledge.
Miles, M. B., Huberman, A. M., & Saldaña, J. (2014). Qualitative data analysis: A methods sourcebook (3rd ed.). SAGE Publications.
Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017–1054.
Redecker, C., & Punie, Y. (2017). European framework for the digital competence of educators: Dig Comp Edu. Publications Office of the European Union.
Whitmore, J. (2009). Coaching for performance: GRO Wing human potential and purpose: The principles and practice of coaching and leadership (4th ed.). Nicholas Brealey Publishing.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

