จากภาวนา 4 สู่พลเมืองตื่นรู้: แนวทางเสริมสร้างประชาธิปไตยในสังคมผู้สูงวัย
คำสำคัญ:
ภาวนา 4, พลเมืองตื่นรู้ประชาธิปไตย, สังคมผู้สูงวัยบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการในการเสริมสร้างประชาธิปไตยในบริบทสังคมผู้สูงวัย โดยมุ่งพัฒนาพลเมืองให้มีภาวะ “ตื่นรู้” บนฐานแนวคิด “ภาวนา 4” ได้แก่ กายภาวนา ศีลภาวนา จิตภาวนา และปัญญาภาวนา ซึ่งเป็นกระบวนการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวมตามหลักพระพุทธศาสนา การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงเอกสาร โดยวิเคราะห์เอกสารทางพระพุทธศาสนา พจนานุกรมพุทธศาสตร์ และวรรณกรรมวิชาการร่วมสมัย ตลอดจนข้อมูลสถานการณ์ผู้สูงอายุของประเทศไทยในช่วงปี พ.ศ. 2566 –2567 ซึ่งพบว่าประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 14,297,425 คน สะท้อนการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ ผลการศึกษาพบข้อค้นพบเชิงนวัตกรรมว่า ภาวนา 4 สามารถสังเคราะห์เป็นกรอบ “สมรรถนะพลเมืองตื่นรู้” ได้อย่างเป็นระบบใน 4 มิติ ได้แก่ (1) ความมีวินัยและความรับผิดชอบต่อกติกาสาธารณะ (2) จริยธรรมสาธารณะและการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (3) สติและความมั่นคงทางอารมณ์เพื่อลดการแบ่งขั้วและการถูกชักจูงทางข้อมูลข่าวสาร และ (4) ความสามารถในการคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผลและการตรวจสอบข้อมูลก่อนการตัดสินใจเชิงสาธารณะ อันสะท้อนการบูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับแนวคิดพลเมืองประชาธิปไตยอย่างเป็นรูปธรรมจึงขอเสนอแนวทางเชิงปฏิบัติใน 3 ระดับ ได้แก่ ระดับปัจเจก ครอบครัว และชุมชน ควบคู่กับข้อเสนอเชิงนโยบายที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการออกแบบพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้สูงวัย เพื่อยกระดับบทบาทจากผู้รับสวัสดิการไปสู่การเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางสาธารณะ อันจะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ ตั้งอยู่บนฐานของเหตุผล จริยธรรม และความยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2569) สถิติผู้สูงอายุ. สืบค้น 25 กุมภาพันธ์ 2569, https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2594
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และถวิลวดี บุรีกุล. (2548). ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
ณรงค์ศักดิ์ บัวอ่อน และวัชรมน จันรอง. (2565). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของผู้สูงอายุตามแนวอปริหานิยธรรม. วารสารภักดีชุมพลปริทรรศน์, 2(2), 50–62.
ทรงยศ รุ่งมณี. (2558). แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการเมืองระดับท้องถิ่น: กรณีศึกษาการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลจังหวัดสมุทรสงคราม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและพัฒนาประชาคมเมืองและชนบท). เพชรบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
พระกองสี พรมโพธิ์. (2560). ศึกษาวิเคราะห์การดำเนินชีวิตตามหลักภาวนา 4 ในพระพุทธศาสนา. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 2(3), 96–110.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: การศาสนา.
พระณัฐวุฒิ วรวัฑฒโน (นาคมา), สุรพล พรมกุล, และชาญชัย ฮวดศรี. (2565). พฤติกรรมทางการเมืองของผู้สูงอายุตามระบอบประชาธิปไตยในอำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 9(2), 137–150.
ภูสิทธิ์ ขันติกุล. (2554). ทัศนะทางการเมืองและการมีส่วนร่วมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยของประชาชน 44 ชุมชน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 3(1), 68–78.
มติ ทาเจริญศักดิ์. (2567). การเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างบิดามารดาและวัยรุ่นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการความคิดทางการเมืองและแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในครอบครัว. The Periodical of Behavioral Science, 29(1), 39-57.
มุกรินทร์ ปิ่นระลึก (2568). การเมืองเชิงนโยบายกับการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุและความคาดหวังของประชาชน: กรณีศึกษาเทศบาลเมืองชุมพร อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร. สุราษฎร์ธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
วรสิทธิสิน หงส์ทอง, สุกัญญาณัฐ อบสิณ, และพระครูนิวิฐศีลขันธ์. (2566). การประยุกต์ใช้หลักภาวนา 4 ในการพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุภายในเขตเทศบาลเมืองพิชัย ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง. วารสารวิจยวิชาการ, 6(2), 155–168.
Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1981). Rural development participation: Concept and measures for project design, implementation and evaluation. Ithaca, NY: Rural Development Committee, Center for International Studies, Cornell University.
Wiener, M. (1971). Political participation: Crisis of the political process. In L. Pye & S. Verba (Eds.), Crisis and sequences in political development. Princeton, NJ: Princeton University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

