ธรรมาธิปไตย : แนวคิดรัฐศาสตร์เชิงพุทธ
คำสำคัญ:
ธรรมาธิปไตย, รัฐศาสตร์, พุทธศาสตร์บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่เรียกว่า “ธรรมาธิปไตย” โดยมุ่งศึกษาฐานคัมภีร์ แนวคิดของนักวิชาการ และแนวทางการประยุกต์ใช้ในบริบทการเมืองไทย เพื่อยกระดับคุณภาพของประชาธิปไตยผ่านกรอบรัฐศาสตร์เชิงพุทธ ผลการศึกษาพบว่า หลักธรรมาธิปไตยตามพระไตรปิฎก โดยเฉพาะในอาธิปเตยยสูตรและจักกวัตติสูตร เป็นหนึ่งในอธิปไตยสามประการ ได้แก่ อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย และธรรมาธิปไตย ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ การ “ถือธรรมเป็นใหญ่” โดยครอบคลุมทั้งระดับกฎเกณฑ์กติกาที่ชอบธรรม และระดับความจริง ความถูกต้องดีงาม และประโยชน์สุขของส่วนรวม อันเป็นหลักที่ใช้กำกับการตัดสินใจและการใช้อำนาจของผู้นำและบุคคลทั่วไป บทความนี้ได้เสนอองค์ความรู้ใหม่โดยพัฒนาแนวคิดธรรมาธิปไตยออกเป็นสองระดับ ได้แก่ ธรรมขั้นต้นและธรรมขั้นสูง และแปลงเป็นกลไกทางการเมืองสองประการ คือ “นิติธรรมวิธี” ซึ่งเป็นการตรวจสอบตามกฎหมายและกติกา และ “ธรรมิกวิธี” ซึ่งเป็นการตรวจสอบด้วยหลักความถูกต้องดีงามและประโยชน์ส่วนรวม โดยแผนภาพองค์ความรู้ที่นำเสนอถือเป็นข้อค้นพบสำคัญของบทความ เนื่องจากแสดงโครงสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างระบบกฎหมายกับจิตสำนึกทางคุณธรรม เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน ข้อเสนอแนะเพื่อการบูรณาการธรรมาธิปไตยให้เข้ากับระบอบประชาธิปไตยไทยควรมุ่งพัฒนาทั้งโครงสร้างทางกฎหมายและการเสริมสร้างคุณธรรมของผู้ใช้อำนาจควบคู่กัน โดยข้อเสนอสำคัญ คือ การใช้กรอบ “นิติธรรมวิธี–ธรรมิกวิธี” เป็นเครื่องมือในการประเมิน ตรวจสอบ และพัฒนาการเมืองไทย เพื่อให้ประชาธิปไตยเป็นทั้งระบบที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีความชอบธรรมทางศีลธรรมอย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิง
ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์. (2561). ประชาธิปไตยกับการเมืองการปกครองไทย. วารสารรัฐธรรมนูญ, 20(58), 1-15.
ไชย ณ พล. (2537). การปกครองของพระพุทธเจ้า ระบอบธรรมาธิปไตย. กรุงเทพฯ: เคล็ดไทย.
ณัฏฐพล บุณยพิพัฒน์. (2562). ปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทย (พ.ศ.2475 – ปัจจุบัน). ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ปรีชา ช้างขวัญยืน. (2542). ทรรศนะทางการเมืองของพระพุทธศาสนา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระครูอรุณสุตาลังการ และสามารถ บุญรัตน์. (2559). รูปแบบการพัฒนาความเป็นธรรมาธิปไตยของผู้นำชุมชนในเขตอำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช (รายงานการวิจัย). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระเทพดิลก (ระแบบ ฐิตญาโณ). (2550). พระพุทธศาสนากับรัฐธรรมนูญ. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2549). ธรรมกับไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: กองทุนวุฒิธรรมเพื่อการศึกษาและปฏิบัติธรรม.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2550). ธรรมาลัย ท่านผู้หญิงพูนสุข พนมยงค์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: สถาบันวิทยาศาสตร์สังคม (ประเทศไทย).
_____. (2559). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 34). กรุงเทพฯ: มูลนิธิการศึกษาเพื่อสันติภาพ.
พิทยา ว่องกุล บรรณาธิการ. (2541). ธรรมรัฐ : จุดเปลี่ยนประเทศไทย. กรุงเทพฯ: โครงการวิถีทรรศน์.
พุทธทาสภิกขุ. (2549). ธรรมะกับการเมือง (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหามกุฏราชวิทยาลัย. (2552). พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระเมธีวชิโรดม (ว. วชิรเมธี). (2551). ธรรมาธิปไตย. กรุงเทพฯ: โพสต์บุ๊กส์.
วิสุทธิ์ โพธิแท่น. (2538). อะไรนะ..ประชาธิปไตย?. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2566). ธรรมนูญชีวิต : พุทธจริยธรรมเพื่อชีวิตที่ดีงาม (พิมพ์ครั้งที่ 263). กรุงเทพฯ: บริษัท พิมพ์สวยจำกัด.
_____. (2566). มองให้ลึก นึกให้ไกล ข้อคิดจากเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: มูลนิธิโกมลคีมทอง.
อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ. (2556). การนำหลักนิติธรรมมาปรับใช้กับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: สถาบันรัฐธรรมนูญศึกษา.
Andersen, D. (2021). The Limits of Meritocracy in Stabilizing Democracy and the Twin Importance of Bureaucratic Impartiality and Effectiveness. Social Science History, 45(3), 535-559.
Liu, J. (2018), Building a Modern Political Ecology and the Need to Demystify Political Meritocracy. Journal of Chinese humanities, 4(1) 29-48.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

