การบูรณาการหลักพุทธธรรมกับการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ
คำสำคัญ:
หลักพุทธธรรม, การส่งเสริม, ประชาชน, เข้าถึงและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐบทคัดย่อ
บทความวิชาการฉบับนี้เขียนขึ้นเพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของประชาชนตื่นตัวและต้องการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ การนำหลักพุทธธรรม มาประยุกต์ใช้มิใช่เพียงการปฏิบัติตามพิธีกรรม แต่คือการเสริมสร้าง ปัญญา และ เมตตา ในกระบวนการดังกล่าว การประยุกต์ใช้หลักธรรมในกระบวนการตรวจสอบภาครัฐท่ามกลางยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง แต่คือการเปลี่ยนผ่านสู่การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ โดยมี “ปัญญา” และ “เมตตา” เป็นแกนหลักสำคัญ ปัญญา คือแสงสว่างที่ช่วยให้การตรวจสอบตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริง เมตตา คือพลังที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาดีต่อสังคม อันเป็นแนวทางการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ด้วยความไม่ยึดติดในสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา แต่ให้ใช้ วิจารณญาณ ไตร่ตรองด้วยตนเอง ไม่ใช่การตัดสินจากอคติหรือความรู้สึกส่วนตัว การตรวจสอบแบบมีปัญญาคือการตั้งคำถามด้วยความสงสัยเพื่อหาความจริง ไม่ใช่เพื่อกล่าวโทษ เพื่อให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ปัญหา และผลกระทบอย่างแท้จริง การรู้เท่าทันกลไกการทำงานและข้อจำกัดของระบบราชการเป็นการปฏิบัติธรรมในทางโลกที่ช่วยให้การวิพากษ์วิจารณ์อยู่บนพื้นฐานของ ความเป็นไปได้ และ เหตุผล ที่เป็นธรรม ในขณะที่ปัญญาช่วยให้เราเห็นความจริง เมตตา คือพลังที่ช่วยให้เราเข้าถึงและตรวจสอบด้วย ความปรารถนาดี ที่จะเห็นภาครัฐและสังคมโดยรวมดีขึ้นการตรวจสอบอย่างมีเมตตา ไม่ใช่การมองข้าราชการเป็นศัตรู แต่เป็นการมองเห็นความเป็นมนุษย์ที่มีโอกาสทำผิดพลาดได้เช่นกัน หลักธรรม พรหมวิหาร 4 คือรากฐานที่สำคัญ เมตตา กรุณา มุทิตา และ อุเบกขา การใช้เมตตาในการตรวจสอบคือการเสนอแนะด้วยภาษาที่สุภาพ สร้างสรรค์ ไม่ใช่การประจานหรือทำลายขวัญกำลังใจ การใช้กรุณาคือการชี้แนะแนวทางแก้ไขอย่างเข้าใจ การใช้มุทิตาคือการชื่นชมเมื่อภาครัฐปฏิบัติงานได้ดี และการใช้อุเบกขาคือการไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน แต่ให้ตัดสินตามหลักการและเหตุผลที่เที่ยงธรรม นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรพินธุ์ พัวพันสวัสดิ์. (2561). ประวัติศาสตร์และการเมืองของ “พวกขี้แพ้”: การครอบงำ อำนาจ และการต่อต้าน ในทัศนะของเจมส์ ซี สก็อตต์. วารสารสังคมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 48(2), 1-28.
จิรกิติยา บุญครองทรัพย์. (2568). ความรักกับพรหมวิหาร 4 : จิตวิทยาแห่งความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 12(2), 1-16.
ตรัยรัตน์ ปลื้มปิติชัยกุล. (2561). การสื่อสารกับอำนาจ ระบบปฏิบัติการ การเปรียบเทียบอดีต : สำนึกสังคมและวัฒนธรรมไทย-เกาหลีเหนือ. วารสาร สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 4(1), 30 - 45.
ธนภรณ์ ตั้งเพชรศิริพงษ์ และคณะ. (2565). การพัฒนาตนเองตามหลักโยนิโสมนสิการ. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์, 7(1), 264-278.
พระครูปลัดสัมพิพัฒนธรรมาจารย์. (2568). โยนิโสมนสิการอย่างไรให้ใจพ้นทุกข์. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 12(1), 68-81.
ภัทรพงษ์ ธำมรงค์ปรีชาชัย. (2565). การประยุกต์ใช้ความเมตตากรุณาต่อตนเองเพื่อส่งเสริมการมีชีวิตอยู่ด้วยปัญญา. วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, 42(6), 1-13 .
เมธา หริมเทพาธิป. (2567). ญาณวิทยาในกาลามสูตร. วารสารสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, 5(1), 93-105.
วิชนี คุปตะวาทิน และ ศุภกานต์ มังกรสุรกาล. (2561). ธรรมาภิบาลของไทยเป็นจริงได้หรือ. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 4(1), 394 - 398.
สิรินทร์ กันยาวิริยะ และ ชิสา กันยาวิริยะ. (2567). เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก. วารสารสถาบันพอดี, 1(3), 21-32.
สิริปุณย์ ดิสริยะกุล. (2563). ปัญญาในฐานะคุณธรรมเชิงญาณวิทยา (ปัญญาในฐานะคุณธรรมญาณ). วารสารสมาคมปรัชญาและศาสนาแห่งประเทศไทย, 15(1), 22-46.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

