การพัฒนาแบบวัดความสุขในการทำงานของบุคลากรสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนใต้
คำสำคัญ:
ความสุขในการทำงาน, การพัฒนาแบบวัด, บุคลากรทางการศึกษาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. พัฒนาแบบวัดความสุขในการทำงานของบุคลากรสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 2. ศึกษาระดับความสุขในการทำงานของบุคลากรสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนใต้ ตัวอย่างในการวิจัยเป็นบุคลากรสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนใต้ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) จำนวน 82 คน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบวัดชนิดมาตรประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความตรงเชิงเนื้อหา ความตรงเชิงสภาพ ความตรงเชิงโครงสร้าง อำนาจจำแนก และความเที่ยง โดยใช้โปรแกรม JASP
ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎี องค์ประกอบของความสุขในการทำงาน จำนวน 6 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านที่ 1 การติดต่อสัมพันธ์ ด้านที่ 2 ความรักในงาน ด้านที่ 3 ความสำเร็จในงาน ด้านที่ 4 การเป็นที่ยอมรับ ด้านที่ 5 ค่าตอบแทนและสวัสดิการ และด้านที่ 6 สภาพแวดล้อมในการทำงาน ได้ข้อคำถามทั้งหมด 30 ข้อ ความตรงเชิงเนื้อหา มีค่าอยู่ระหว่าง 0.60–1.00 ความตรงเชิงสภาพ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับแบบวัดความสุขในการทำงาน HAPPINOMETER ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ค่า r = .288 และ p = .009 ตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า มีความเหมาะสมสอดคล้องดีกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยพิจารณาจากค่าสถิติ ได้แก่ ค่า 2 เท่ากับ 10.22,
2/df เท่ากับ 1.21, df เท่ากับ 8, p เท่ากับ 0.25 ดัชนี CFI เท่ากับ 0.987, TLI เท่ากับ 0.97, GFI เท่ากับ 0.932, AGFI เท่ากับ 0.961 ค่า RMSEA เท่ากับ 0.05 แบบวัดมีค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง .418 ถึง .708 มีค่าความเที่ยง เท่ากับ .938 2. ระดับความสุขในการทำงานของบุคลากรสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (
= 4.23)
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ. (2549). รายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ.
โฆษิต พรประเสริฐ. (2546) การสร้างแบบวัดความรู้สึกเห็นคุณค่าในตนเองสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน. (2551). การประยุกต์ใช้ SPSS วิเคราะห์ข้อมูลงานวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กาฬสินธุ์: โรงพิมพ์ประสานการพิมพ์.
ธีระ กุลสวัสดิ์. (2563). การสร้างและพัฒนาเครื่องมือวัดผลการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. (2538). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
วิภาวี สุขหร่อง. (2560). ความสุขในการทำงานของครูโรงเรียนบางบ่อวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 6 (วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
นูร์ปาซียะห์ กูนา. (2562). ความสุขในการทำงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี (สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2556) มโนทัศน์ที่คลาดเคลื่อนในการวัดและประเมินทางการศึกษา. Journal of Multidisciplinary in Social Sciences, 9(2), 273–282.
ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต และคณะ. (2555). คู่มือการวัดความสุขด้วยตนเอง HAPPINOMETER. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2559). การพัฒนาแบบวัดทางจิตวิทยาและการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Anastasi, A. (1976). Psychological Testing (4th ed.). New York: Macmillan.
Herzberg, F. et al. (1959). The Motivation of Work. New York: John Wiley & Sons.
Hox, J. J. (2010). Multilevel Analysis: Techniques and Applications (2nd ed.). New York: Routledge.
Likert, R. (1932). A Technique for The Measurement of Attitudes. Archives of Psychology, 140, 1–55.
Manion, J. (2003). Joy at Work: Creating A Positive Workplace. Journal of Nursing Administration, 33(12), 652–659.
Schumacker, R. E. & Lomax, R. G. (1996). A Beginner’s Guide to Structural Equation Modeling. New Jersey, USA: Lawrence Erlbaum Associates.
Steiger, J. H. (2007). Understanding the Limitation of Global Fit Assessment in Structural Equation Modeling. Personality and Individual Differences, 42(5), 893–898.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

