การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งทางการเมืองของชุมชนปรกอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
การประยุกต์, หลักพุทธธรรม, ความเข้มแข็งทางการเมืองบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาระดับความเข้มแข็งทางการเมืองของชุมชนปรกอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักสาราณียธรรมกับความเข้มแข็งทางการเมืองของชุมชนปรกอรุณ และ 3. นำเสนอการประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งทางการเมืองของชุมชนปรกอรุณ วิธีวิจัยแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของทาโร่ ยามาเน่ จำนวน 300 คน โดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าสถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับความเข้มแข็งทางการเมืองของชุมชนปรกอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (=3.23) 2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักสาราณียธรรม 6 กับความเข้มแข็งทางการเมืองของชุมชนปรกอรุณ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (r=0.470**) มีความสัมพันธ์เชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญสถิติที่ระดับ 0.01 จึงยอมรับสมมติฐานการวิจัย 3. การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งทางการเมืองของชุมชนปรกอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หลักสาราณียธรรม 6 ประกอบด้วย 1. ด้านเมตตากายกรรม การกระทำดีต่อกัน 2. ด้านเมตตาวจีกรรม การพูดดีต่อ 3. ด้านเมตตามโนกรรม การเคารพในความคิดผู้อื่น 4. ด้านสาธารณโภคี การแบ่งปันกัน 5. ด้านสีลสามัญญตา การรักษาระเบียบวินัย ทั้ง 6 ด้านทิฏฐิสามัญญตา มีความเห็นที่ดีงามร่วมกัน เป็นการประยุกต์ใช้หลักสาราณียธรรม 6 คือ การเปลี่ยนจากแนวคิดสู่การลงมือทำอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ไขจุดอ่อนทางการเมืองของชุมชนปรกอรุณ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากจุดแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมที่มีอยู่แล้ว นำไปสู่การพัฒนาชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนในที่สุด
เอกสารอ้างอิง
พรชัย เทพปัญญา. (2562). การเมืองภาคประชาชนกับการพัฒนาท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระครูขันติธรรมธารี (วิเชียร วงษ์ยาแดง) และคณะ. (2566). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองนครนายก. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่, 9(1), 124-139.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต). (2557). หลักสาราณียธรรม 6. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ธรรมสภา.
พระใบฎีกาบุญส่ง ปุญฺญภาโค และคณะ. (2566). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมความปรองดองสมานฉันท์ของประชาชนเทศบาลตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 1(3), 1-13.
พระมหาหน่อทราย รตนเมธี และสายัณห์ อินนันใจ. (2568). การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองภาคประชาชนตามวิถีประชาธิปไตยในชุมชนบ้านดง ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 3(2), 1-16.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 12.
สาวิตรี พินทรากุล และพระครูโสภณกิตติบัณฑิต (บุญเสริม กิตฺติวณฺโณ). (2568). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนตำบลร่องฟอง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 3(1), 1-18.
สำนักงานเขตบางกอกใหญ่. (2565). รายงานสถานการณ์ชุมชนและการพัฒนาเขตบางกอกใหญ่ ประจำปี 2565. กรุงเทพฯ: สำนักงานเขตบางกอกใหญ่.
อรรถกรณ์ จิณโสต และสายัณห์ อินนันใจ. (2568). บทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นในการพัฒนาชุมชนของเทศบาล ตำบลทุ่งกวาว อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. วารสารวิจัยและวิชาการบวรพัฒน์, 3(1), 1-14.
เอกพจน์ อุดดี และสมจิต ขอนวงค์. (2566). การส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองของประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ในเขตตำบลแม่คำมี อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่. Journal of Lanna Societies, 1(4), 18-29.
Almond, G. & Verba, S. (1963). The Civic Culture: Political Attitudes and Democracy in Five Nations. Princeton: Princeton University Press.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

