การพัฒนากระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
คำสำคัญ:
กระบวนการบริหารจัดการ, หลักสูตรสถานศึกษา, โรงเรียนมัธยมศึกษา, สำนักงาน- คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อพัฒนาและเพื่อศึกษาผลทดลองใช้กระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบ่งขั้นตอนการวิจัยเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และแนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โดยสำรวจกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 544 คน แยกเป็น ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือรองผู้อำนวยการโรงเรียน 272 คน และหัวหน้างานพัฒนาหลักสูตร 272 คน สนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 15 คน ระยะที่ 2 การพัฒนากระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โดยศึกษากรณีตัวอย่างที่ดี 3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนขอนแก่นพัฒนศึกษา โรงเรียนส้มป่อยพิทยาคม และโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องเหมาะสมของร่างกระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา โดยการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 15 คน ระยะที่ 3 การทดลองใช้กระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา กับโรงเรียน 3 แห่ง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบบันทึกการสัมภาษณ์ แบบศึกษาเอกสาร แบบประเมินผลการดำเนินงาน และแบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ และการวิเคราะห์เนื้อหา สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ผลการศึกษาพบว่า
- โรงเรียนมีสภาพปัจจุบัน และปัญหาโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง
- กระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 5 ขั้นตอน คือ 1) การเตรียมความพร้อม 2) การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา 3) การใช้หลักสูตรสถานศึกษา 4) การประเมินและสรุปผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา และ 5) การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
- ผลการทดลองใช้กระบวนการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษา พบว่า โรงเรียนได้ดำเนินการทุกขั้นตอน
เอกสารอ้างอิง
Bureau of Academic Affairs and Educational Standards. (2009). Guideline for Curriculum Administration under the Basic Education Core Curriculum B.E. 2551. Bangkok : The Agricultural Co-operative Federation Of Thailand., LTD.
Bureau of Educational Development, Religion and Culture in Education Service 1-12.
(2003). Research Report of Monitor for the School Curriculum Manangement. The Basic Education in Education Service 1-12. Bangkok : Bureau of Educational Development, Religion and Culture in Education Service 1-12.
Ministry of Education. (2008). The Basic Education Core Curriculum B.E. 2551 (A.D. 2008). Bangkok : The Agricultural Co-operative Federation Of Thailand., LTD.
______. (2003). Monitoring and Evaluation Report the Basic Education Curriculum preparation of School network, Division of Educational Research, Ministry of Education. Ayutthaya : Graduate school, Valaya Alongkorn Rajabhat University
Nitaya Suwanasri. (2011). Curriculum and Curriculum management. Uttaradit : Faculty of Education, Uttaradit Rajabhat University.
Prueng Chanda. (2006). School Curriculum Manangement for tha Schools in Educational Service Area of Phetchabun Province. (Doctoral Dissertation). Khon Kaen : Khon Kaen University.
Ratjaneeya Paethaisong. (2010). School Curriculum Administration for Model School Curriculum Implementation Under the Office of Khon Kaen Educational Service Area 2 : A Case Staudy. Journal of Educationa Khon- Kaen University (Graduate Studies Research). 4(3). pp 103-113.
Ruji Pusara and ChanYhra Sangunnam. (2002). Development of the School Curriculum. Bangkok : Bookpoint.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2020 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

