THE MODEL OF BUDDHIST CULTURAL TOURISM MANAGEMENT OF MONASTERIES IN SAMUT SONGKHRAM PROVINCE

Main Article Content

PhraEkkalak Achito
Praserth Thilao
PhramahaKrisada Kittisobhano

Abstract

Objectives  of this article  were to study general conditions, the process of tourism management and the Buddhist cultural tourism management of monasteries in Samut Songkhram Province using the mixed research methods: the qualitative research collected data from 18 key informants by in-depth-interviewing and from 12 participants in focus group discussion and analyzed data by descriptive interpretation. The quantitative research collected data from 313 samples who were monks and people in Samut Songkhram Province, and analyzed data by descriptive statistics.   Findings were as follows: 1. Monasteries managed the tourism in good and beautiful orders. There were improvement and development of religious places economically and simply and education promotion for personnel, 2. Monks and people had opinions on the process of tourism managing, by overall, at high level. 3. The model of the Buddhist cultural tourism management was that there was  preserving and securing the  archaeological sites and maintain Thai identity. There were effective language skills and local culture development for personnel. There was Dhamma practice based tourism integrated with ancient places conservation, and integration the Thai way of life with other religions peacefully.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
Achito พ., Thilao ป. ., & Kittisobhano พ. . (2020). THE MODEL OF BUDDHIST CULTURAL TOURISM MANAGEMENT OF MONASTERIES IN SAMUT SONGKHRAM PROVINCE. Journal of MCU Social Science Review, 9(1), 121–134. Retrieved from https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jssr/article/view/238386
Section
Research Articles

References

กรมการศาสนา. (2543). วัดพัฒนา 43. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์การศาสนา.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2562). แผนวิสาหกิจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฉบับทบทวน พ.ศ. 2564-2565. สืบค้น 15 มีนาคม 2562, จาก https://www.tat.or.th

จังหวัดสมุทรสงคราม. (2562). ภูมิศาสตร์จังหวัดสมุทรสงคราม. สืบค้น 15 มีนาคม 2562, จาก https://th.wikipedia.org/wiki

ตติยาพร จารุมณีรัตน์. (2554). การบูรณาการการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมผ่านหลักสูตรการท่องเที่ยวในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจ (รายงานผลการวิจัย). สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ธีรพงษ์ มหาวีโร. (2555). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. กรุงเทพฯ: เดอะบุคส์.

นิลรัตน์ กลิ่นจันทร์ และคณะ. (2553). ศึกษาศาสนสถานที่สำคัญต่อการอนุรักษ์การท่องเที่ยวของวัดในกรุงเทพฯ (รายงานผลการวิจัย). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระครูภาวนาวชิรคุณ (วัชรินทร์ วชิรธมฺโม). (2559). รูปแบบการพัฒนาวัดให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการเชิงพุทธ). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระพิพัฒน์ โสภณจิตฺโต ทับงาม. (2563). รูปแบบการบริหารจัดการของสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดอ่างทอง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางปัญญา. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 8(1), 222-232.

พระมหากฤษฎา กิตติโสภโณ. (2559). การจัดโครงการขั้นสูง: Advance Project Management. พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มานพ ชุ่มอุ่น. การพัฒนาการตลาดและการท่องเที่ยวของธุรกิจชุมชนเพื่อการยกระดับสู่วิสาหกิจชุมชน กรณีศึกษา: ชุมชนเทศบาลเมืองแกนพัฒนา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ (รายงานผลการวิจัย). เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.

สินชัย กระบวนแสง. (2550). การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เอกสารการประกอบการสอนชุดวิชาทรัพยากรการท่องเที่ยว หน่วยที่ 9-15 (พิมพ์ครั้งที่ 5). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

อรุณศรี อื้อศรีวงศ์. (2552). รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแบบมีส่วนของชุมชนตำบลห้วยแร้ง จังหวัดตราด (วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น). สงขลา: มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์.