การจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดระยอง

Main Article Content

ยุภดี แหยมสุขสวัสดิ์
สุริยา รักษาเมือง
สมาน งามสนิท

บทคัดย่อ

ดุษฎีนิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ 1. เพื่อศึกษาบริบททั่วไปของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดระยอง 2. เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดระยอง และ 3. เพื่อเสนอวิธีการทางพระพุทธศาสนาในการสนับสนุนการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดระยอง


ระเบียบวิธีการวิจัยเป็นแบบผสานวิธี การวิจัยเชิงคุณภาพรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 21 คน และสนทนากลุ่มกับผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรจำนวน 12 คน โดยการเลือกแบบเจาะจงและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา การวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างคือนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวน 400 คน โดยการสุ่มแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) คำนวนขนาดกลุ่มตัวอย่างจากการเปิดตารางสำเร็จรูปของทาโร่ยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.969 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ความถี่, ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัยพบว่า


  1. บริบททั่วไปของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดระยองเหมาะสำหรับการพักผ่อนกับครอบครัว นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่ชอบสวนผลไม้ ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรคือค้างคืน 1 คืน และช่วงเวลาที่เหมาะสมคือวันเสาร์-อาทิตย์ แหล่งข้อมูลที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวเชิงเกษตรคือสื่อออนไลน์จากที่ต่างๆ

  2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในจังหวัดระยองโดยใช้ทฤษฎีส่วนประสมการตลาดอยู่ในระดับมาก 1) ด้านแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องการมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีและความมีเอกลักษณ์ที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น 2) ด้านราคา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องราคาที่เหมาะสมและมีความคุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้รับ 3) ด้านสถานที่ตั้ง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องการค้นหาเส้นทางผ่าน GPS และการมีป้ายบอกทางที่ชัดเจนตลอดเส้นทาง และ 4) ด้านการบริการ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเรื่องการดูแลเอาใจใส่นักท่องเที่ยวที่ดีและให้บริการอย่างรวดเร็ว

  3. วิธีการทางพระพุทธศาสนาในการสนับสนุนการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรตามหลักสัปปุริสธรรมเพื่อคุณภาพชีวิตของชุมชนในจังหวัดระยอง คือ 1) ธัมมัญญุตา (รู้จักเหตุ) แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรวางแผนการจัดการการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการกำหนดบทบาทในการทำงานของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม 2) อัตถัญญุตา (รู้จักผล) แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรทราบเกี่ยวกับผลดีหรือผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี และนำมามาวางแผนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร 3) อัตตัญญุตา (รู้จักตน) แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ดำเนินกิจการสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของชุมชนและเหมาะสมกับความรู้ของผู้ประกอบการ ซึ่งนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร 4) มัตตัญญุตา (รู้จักประมาณ) โดยภาพรวม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีการดำเนินกิจการได้อย่างเหมาะสมโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 5) กาลัญญุตา (รู้จักกาล) แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเปิดให้บริการตรงเวลา และให้บริการอย่างเหมาะสมกับกาละเทศะ 6) ปริสัญญุตา (รู้จักชุมชน) แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ดำเนินกิจการสอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชน และสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน 7) ปุคคลัญญุตา (รู้จักบุคคล) แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวและบุคคลอื่นๆอยู่ในระดับที่พึงพอใจ และสามารถสรรหาบุคลากรที่ดีเข้ามาปฏิบัติงานได้อย่างเหมาะสม

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Phrakru Sriworawinit. (2016). “Community Participation in The Buddhist Archaeological Management in Phayao Province”, Journal of MCU Social Science Review. 5 (2) (May – August): 141.

Teerawatt Sankom. (2018). “A Strategy for Sustainable Cultural Tourism Development in Accordance with Buddhism of Local Administrative Organizations in Loei Province”, Journal of MCU Social Science Review, 7 (2) (Special Issue) (April - June): 410-411.

Marayat Yothongyos. (2019). Determining the sample for research, [Online], Source: https://www.fsh.mi.th/km/wp-content/uploads/2014/04/resch.pdf [13 March 2019].