การพัฒนาระบบการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมวัดสารอด โดยพุทธสันติวิธี

Main Article Content

วาสนา โชติชะวารานนท์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ บริบท สภาพปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ ความต้องการจำเป็น และแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวกับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมวัดสารอดโดยพุทธสันติวิธี 2) เพื่อการพัฒนาระบบการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมวัดสารอดโดยพุทธสันติวิธี 3) เพื่อนำเสนอผลลัพธ์การพัฒนาระบบการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมวัดสารอด โดยพุทธสันติวิธี การดำเนินการวิจัยในรูปแบบอริยสัจโมเดล การดำเนินงานวิจัยตามบันได 9 ขั้น เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกและสังเกตอย่างมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชุมชน ผู้มาปฏิบัติธรรม อาสาสมัคร จำนวน 12 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา และสถานปฏิบัติธรรมต้นแบบ จำนวน 11 ท่าน พระสงฆ์ในพื้นที่ 6 รูป รวม 27 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา


ผลการศึกษาวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบันของสำนักปฏิบัติธรรมวัดสารอด ตั้งอยู่ในพื้นที่สงบ ปลอดภัย เจ้าอาวาสและพระสงฆ์เป็นผู้นำ มีทรัพยากรเอื้อต่อการปฏิบัติ และได้รับการยอมรับจากชุมชน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการจัดการไม่เป็นระบบ การมีส่วนร่วมของชุมชนน้อย และการสื่อสารยังไม่ครอบคลุม ด้านความต้องการจำเป็น ต้องการระบบการบริหารจัดการที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ต้องการการพัฒนาหลักสูตรปฏิบัติธรรมที่หลากหลายและมีมาตรฐาน ครอบคลุมทุกช่วงวัย แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ   การพัฒนาการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมได้แก่ ทฤษฎีคุณภาพ นำวงจร Plan–Do–Check–Act มาใช้ในการปรับปรุงกิจกรรมและหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง และหลักพุทธธรรมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สัปปายะ 7 2) แนวทางพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การพัฒนาเน้นสัปปายะ 7 ด้าน ได้แก่ สถานที่ ชุมชน คำสอน บุคคล อาหาร สิ่งแวดล้อม และอิริยาบถ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการภาวนา ความร่วมมือทางสังคม  และกิจกรรมที่เหมาะสมกับทุกช่วงวัย ทำให้สำนักปฏิบัติธรรมได้รับการยกระดับเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่ธรรมะอย่างยั่งยืน 3) ผลลัพธ์การพัฒนาระบบการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมวัดสารอดโดยพุทธสันติวิธีการนำ PDCA ผสานกับหลักสัปปายะ 7 ก่อให้เกิดระบบบริหารจัดการที่ต่อเนื่อง มีแผนยุทธศาสตร์ชัดเจน สิ่งแวดล้อมสะอาดปลอดภัย ชุมชนร่วมมืออย่างเข้มแข็ง บุคลากรมีความมั่นใจ กิจกรรมหลากหลายเหมาะสมทุกวัย ส่งผลให้      ผู้ปฏิบัติธรรมมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ชุมชนสงบสุข และได้องค์ความรู้ใหม่คือ “โมเดลการจัดการพลวัต”  ที่สามารถเป็นต้นแบบเชิงบูรณาการต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โชติชะวารานนท์ ว. . (2026). การพัฒนาระบบการบริหารจัดการสำนักปฏิบัติธรรมวัดสารอด โดยพุทธสันติวิธี. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 14(2), 803–812. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/293337
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Kabilsingh, C. (1998). Buddhism as a Peace Education. Bangkok: Buddhist University Press.

Phra Brahmagunabhorn (P. A. Payutto). (1999). Buddhist Economics: The Middle Path of Development. Bangkok: Buddhadhamma Foundation.

Phra Paisal Visalo. (2015). Dhamma and the Healing of Contemporary Society. Bangkok: Komol Kimthong Foundation.

Phra Weerasak Jayadhammo (Suwannawong). (2014). The Ways of the Management in Buddhist Temples for Peace according to the Seven ‘Sappaya’: The Case Study of Wat Thannamlai (Suanmokkhaphalarama) in Lamet Sub-District, Chaiya District, Sutatthani Province. (Master’s Thesis). Mahachulalongkornrajavidyalaya University. Ayutthaya.

Phrakrupalad Adisak Vajirapanno, Phrakrupalad Pannvoravat, & Satiman, U. (2024). A Model of Temple Development as a Spiritual Center of Urban Communities under the Noble Triumvirate of Home, Temple and School (Borworn) Framework: A Case Study of Wat Sarod Community, Bangkok. The Journal of Research and Academics, 7(4), 49–64.

Phrathamrattanapron (Somsak Chointhiro). (2025). The Operations of the Five Precepts’ Village Project of the Thai Sangha Model in Pathum Thani Province. Journal of Buddhist Innovation and Management, 8(1), 50–63.

Swearer, D. K. (2010). The Buddhist World of Southeast Asia. Albany: State University of New York Press.

Waewnilanon, S., Phramaha Weerasak Abhinandavedi, & Wattanapradith, Kh. (2024). The Development of Sappāya-Sathan Contributing to Youth Development by Buddhist Peaceful Means. Journal of MCU Peace Studies, 12(1), 233–243.

Yananboosiri, M. (2021). Administration Strategies for the Provincial Monastery Meditation Practice Centers. (Doctoral Dissertation). Dhurakij Pundit University. Bangkok.