การดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในสภาวะพึ่งพิงและการพัฒนารูปแบบ การดูแลสุขภาพสำหรับผู้ดูแลในจังหวัดสุรินทร์
DOI:
https://doi.org/10.65205/jhssrru.2026.e299031คำสำคัญ:
การดูแลผู้สูงอายุ, ภาวะพึ่งพิง, รูปแบบการดูแลสุขภาพ, การเสริมสร้างศักยภาพผู้ดูแล, การมีส่วนร่วมของชุมชนบทคัดย่อ
การเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงในชุมชนส่งผลให้ครอบครัวและผู้ดูแลต้องเผชิญภาระทางกายจิตใจ และสังคม งานวิจัยแบบผสมผสานเชิงสำรวจตามลำดับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สภาพการณ์การดูแลผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิง พัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพ และทดลองใช้พร้อมประเมินประสิทธิผลของรูปแบบดังกล่าวในบริบทชุมชนท้องถิ่น จังหวัดสุรินทร์ กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุภาวะพึ่งพิงและผู้ดูแล ในตำบลจีกแดก จำนวน 50 คน คัดเลือกโดยวิธีเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพชีวิต แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบประเมินการรับรู้ความสามารถและความเครียดของผู้ดูแล วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบค่าที (Paired t-test) และข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า สภาพการดูแลในพื้นที่มีลักษณะเฉพาะ คือ ครอบครัวโดยเฉพาะลูกสาวทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลหลัก ในขณะที่เครือข่ายชุมชน 7 รูปแบบทำหน้าที่เป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ คุณภาพชีวิตโดยรวมของผู้สูงอายุอยู่ในระดับปานกลาง (Mean = 2.97, S.D. = 0.38) โดยมีปัญหาด้านสุขภาพกายเป็นประเด็นท้าทายสูงสุด รูปแบบการดูแลที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 7 องค์ประกอบหลักที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพผู้ดูแลอย่างองค์รวมทั้งมิติจิตใจ ทักษะ และสังคม ภายหลังการทดลองใช้ พบว่าการรับรู้ความสามารถในการดูแลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จากระดับน้อย (Mean = 47.22, S.D. = 7.24) สู่ระดับมาก (Mean = 70.39, S.D. = 9.67) ขณะที่ระดับความเครียดลดลง ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวในระดับชุมชนและนโยบายต่อไปได้
Downloads
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2565. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
ชวลิต สวัสดิ์ผล, นิราศ เนื่องจำนงค์, สุดใจ วัฒนานิมิตกุล และปณิตา นนทกันทา. (2560). การดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 5(พิเศษ), 387–405.
ณิชารีย์ ใจคำวัง. (2562). ศักยภาพของผู้ดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง ตำบลคุ้งตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์, 1(1), 1–19.
ทนงค์ ดวงมุกพะเนาว์ ชวลิต ศรีสมพจน์ และ รัศมิ์ชญาณ์ จิระพงษ์. (2568). การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวและการบริการสุขภาพ สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ในหน่วยบริการปฐมภูมิ จังหวัดปราจีนบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ, 11(1),118-32. https://he02.tcithaijo.org/index.php/ journalkorat/ article/view/274403.
ทิพยรัตน์ กันทะ. (2564). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวด อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(3), 451–459.
นฤมล โสรัจจ์. (2568). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในหน่วยบริการปฐมภูมิ จังหวัดชัยภูมิ. วารสารวิชาการพยาบาลและสาธารณสุข. 1(1), 1–18. https://he05.tci-thaijo.org/index.php/A_JNP/article/view/4340.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). สุวีริยาสาส์น.
ปราโมทย์ ประสาทกุล. (2559). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2558. อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์พับลิชชิ่ง.
ยุทธพล เดชารัตนชาติ และยิ่งศักดิ์ คชโคตร. (2565). รูปแบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 22(3), 63–80.
วิยะดา รัตนสุวรรณ และปะราลี โอภาสนันท์. (2561). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชน. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 11(4), 156–174.
Antonucci, T. C. (1990). Social support and social relationships. In R. H. Binstock & L. K. George (Eds.), Handbook of aging and the social sciences (3rd ed., pp. 205–226). Academic Press.
Atchley, R. C. (1989). A continuity theory of normal aging. The Gerontologist, 29(2), 183–190. https://doi.org/10.1093/geront/29.2.183.
Best, J. W. (1981). Research in education (3rd ed.). Prentice Hall.
Havighurst, R. J. (1961). Successful aging. The Gerontologist, 1(1), 8–13. https://doi.org/10.1093/geront/1.1.8.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (2005). Participatory action research : Communicative action and the public sphere. In N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), The Sage handbook of qualitative research (3rd ed., pp. 559–603). Sage.




