The Non-Conventional Women's Roles in the Bharata Narratives of Saksri Yamnadda
Main Article Content
Abstract
This research article aims to study non-conventional women's roles in the Bharata narratives of Saksri Yamnadda (Pharata Niyai). It is qualitative research that collects data from Sanskrit texts in Saksri Yaemnadda's fiction, using the concepts of roles, and literary and social concepts as a guiding framework for the study. The word “role” is used in the meaning of expectations of Hindu society towards women, with a form of expression, i.e., the character's actions, which are not related to the social structure, including the punishment that the characters must accept, which is arising from behavior outside the above norms. The study results were presented using descriptive and analytical methods.
From the study, it was found that there were 8 stories of unconventional women in Saksri Yaemnadda’s Bharata Narratives, namely, Devasamitā, Īśvaravarman, Devadatta, Maṇikaṇṭha, Devayāni and Kaca, Ahalyā, śabarī and śivaśekhara. It consists of four human characters and five non-human characters. There are two roles of unconventional women in fiction: 1) the role of the villain and 2) the role of an adulterer. It is considered a negative role for female characters in Sanskrit literature, in which the human female characters tend to be villainous, pursuing wealth according to the mundane ways of humanity. Non-human female characters are not interested in property because they are complete with images, properties, and wealth according to the state of divine happiness. However, they lack of love and mental stability, therefore playing a role of adultery. The unconventional feminism in the fiction is also a reflection of women in ancient Indian society, which did not honor women who were overflowing with lust, greed, anger and delusion, especially women who are adulterers, ill religious priests, and prostitutes.
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความรู้ใดๆ ตลอดจนข้อคิดเห็นใดๆ เป็นของผู้เขียนแต่ละท่านโดยเฉพาะ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และกองบรรณาธิการวารสารมนุษยศาสตร์ฯ ไม่จำเป็นต้องเห็นพ้องด้วย
References
กรุณา กุศลาสัย, และ เรืองอุไร กุศลาสัย. (2544). อินเดีย อนุทวีปที่น่าทึ่ง (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: ศยาม.
กุสุมา รักษมณี. (2549). การวิเคราะห์วรรณคดีไทยตามทฤษฎีวรรณคดีสันสกฤต. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
กุสุมา รักษมณี, เสาวณิต จุลวงศ์, และ สายวรุณ น้อยนิมิตร. (2550). ศักดิ์ศรีและความอับอายในวรรณกรรมไทย. กรุงเทพฯ: แม่คำผาง.
กุหลาบ มัลลิกะมาส. (2562). วรรณคดีวิจารณ์ (พิมพ์ครั้งที่ 20). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
คมกฤช อุ่ยเต็กเค่ง. (2562, 29 สิงหาคม). “กรรม” ในทัศนะฮินดู. มติชนสุดสัปดาห์. สืบค้นจาก https://www.matichonweekly.com/column/article_224307
ชานป์วิชช์ ทัดแก้ว. (2559). คนธรรพ์วิวาห์และสยุมพร: เสรีภาพในการเลือกคู่ครองของสตรีอินดียโบราณ. ใน พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ (บ.ก.), พลังผู้หญิง แม่เมีย และเทพ สตรี: ความจริงและภาพแทน. (น. 170-182). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
ตรีศิลป์ บุญขจร. (2542). นวนิยายกับสังคมไทย (2475-2500) (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โครงการตำรา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทวีศักดิ์ ญาณประทีป. (2562). วรรณกรรมศาสนา (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ประจักษ์ สายแสง, และ เจือง ถิ หั่ง. (2560). ทวิภาวะ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(1), 1-36.
ประเทือง ทินรัตน์. (2558). จากศกุนตลา ปาขยานัมและสาวิตรยุปาขยานัม มาเป็นบทละครพระราชนิพนธ์เรื่องศกุนตลาและสาวิตรี. ใน มหาภารัตคดี เฉลิมขัตติยานีสิรินธร (น. 202-234). กรุงเทพฯ : ชมรมบาลี-สันสกฤต คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรีชา ช้างขวัญยืน, และ สมภาร พรมทา (บ.ก.). (2556). มนุษย์กับศาสนา (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภิญโญ บุญทอง. (2523). บทบาทและฐานะสตรีในมหาภารตะ (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์. (2551). ประวัติวรรณคดีสันสกฤต. นครปฐม: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
มณีปิ่น พรหมสุทธิรักษ์. (2558). บทบาทของบุคคลในสังคมมหาภารตะ. ใน มหาภารัตคดี เฉลิมขัตติยานีสิรินธร (น. 85-91). กรุงเทพฯ: ชมรมบาลี-สันสกฤต คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วาสนา ไอยรารัตน์. (2522). สิทธิและหน้าที่ของสตรีในวรรณกรรมสันสฤตที่ว่าด้วยธรรมศาสตร์ (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา. (2527). อัปสร. วารสารภาษาและวรรณคดีไทย, 1(1), 14-22.
ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา. (2563). ภารตนิยาย (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: ชนนิยม.
ศิริวรรณ วรชัยยุทธ. (2559). “แม่และเมีย” บทบาทของผู้หญิงในสังคมจีน. ใน พิพัฒน์ กระแจะจันทร์ (บ.ก.), พลังผู้หญิง แม่เมีย และเทพสตรี: ความจริงและภาพแทน (น. 249-259). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
สถิตย์ ไชยปัญญา. (2564). ประวัติวรรณคดีสันสกฤต (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
สยาม ภัทรานุประวัติ. (2547). ลักษณะเฉพาะของนิยายสันสกฤต. ดำรงวิชาการ, 3(5), 191-207.
เสาวภา เจริญขวัญ. (2520). ประเพณีการแต่งงานของอินเดียในสมัยพระเวท (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อนิสรา รัศมีเจริญ. (2561). ขอทานในภารตนิยาย. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 10(1), 173-207.
อุดม สมพร. (2522). โสเภณีในวรรณคดีบาลีและสันสกฤต: การศึกษาเชิงวิเคราะห์ (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อุไร นาลิวันรัตน์. (2522). นางอัปสรในวรรณคดีสันสกฤต (วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Buhler, G. (1886). The laws of manu. Oxford: Clarendon Press.
Levinson, D. J. (1959). Role, personality, and social structure in the Organization Setting. Journal of Abnormal Psychology, 58(2), 170-180.