การจัดการปกครองแบบร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสังคม ของประชาชนอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้นี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อวิเคราะห์การจัดการปกครองแบบร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสังคมของประชาชนอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี (2) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค การจัดการปกครองแบบร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสังคมของประชาชนอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี และ (3) เพื่อเสนอแนวทางในการพัฒนาการจัดการปกครองแบบร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสังคมของประชาชนอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี งานวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ รวมทั้งตัวแทนจากภาคประชาชน รวมทั้งสิ้น 55 คน แบบเจาะจงเฉพาะ โดยวิเคราะห์ข้อมูลผ่านกรอบแนวคิด ด้านการจัดการปกครองแบบร่วมคิดร่วมทำและทฤษฎีเครือข่ายความร่วมมือ ด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงพรรณนาเชิงวิเคราะห์
ผลการวิจัยพบว่า (1) การดำเนินงานด้านคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภอบางกรวยอยู่ภายใต้กรอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พ.ศ. 2561 โดยนายอำเภอได้แสดงบทบาทผู้นำเชิงประสาน (facilitative leadership) โดยใช้อำนาจตามกฎหมายควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผ่านกลไกการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน การบูรณาการทรัพยากร และการเชื่อมโยงบทบาทของหน่วยงานต่างๆ บนฐานความสัมพันธ์เชิงระนาบ อันนำไปสู่การจัดการที่ยืดหยุ่นและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน (2) ปัญหาสำคัญที่พบ คือ คณะกรรมการบางส่วนยังขาดความเข้าใจในหลักคิดสำคัญของกระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านสังคม โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมที่ควรยึดเป้าหมายความสุขของประชาชนเป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของประชาชนในกระบวนการกำหนดปัญหาและวางแผนร่วมกัน (3) แนวทางการพัฒนาจึงควรเพิ่มศักยภาพคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอให้ทราบกลไกการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันกำหนดบทบาทหน้าที่ อาศัยเครือข่ายประชาชนในการให้ข้อมูลสุขภาพที่แท้จริง ร่วมกันค้นหาสาเหตุของปัญหา แนวทางการแก้ไข การติดตามงาน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543–571. https://doi.org/10.1093/jopart/mum032
Archanuphap, S., Weerawong, T., & Yanana, T. (2014). District health system drive (DHSO) and district health system (DHS): Thailand edition (in Thai).
Chaisirirak, K. (2011). The leadership path to success. Kilenkanphim.
Chansamorn, S. (2016). Network collaboration with the structure of a community of coexistence and accessibility in ASEAN: A case study of Koh Kret model community, Nonthaburi Province [Master’s thesis, Thammasat University].
Kariji, K. (2018). Collaborative governance in the sustainable employment industrial project in the three southern border provinces of Thailand [Master’s thesis, National Institute of Development Administration].
Office of the Prime Minister. (2018). Regulations of the Office of the Prime Minister on the development of quality of life at the local level (B.E. 2561) (in Thai).
Parinyasuthinan, U. (2019). Public policy and Bang Riang community: Success and sustainability of policy implementation. Journal of Humanities and Social Sciences, 10(1), 91–120.
Srisompong, W. (2016). Collaborative management in the Khlong Mon Na project, Ram Daeng Subdistrict, Singhanakhon District, Songkhla Province [Master of Public Administration thesis, Prince of Songkla University, Hat Yai Campus].