ผลของหลักสูตรพัฒนาการสื่อสารเชิงบวกในการทำงาน ของพนักงานระดับปฏิบัติการในงานอุตสาหกรรม

Main Article Content

Natchada Pimpaporn

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความหมายของการสื่อสาร เชิงบวกในการทำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการในงานอุตสาหกรรม
(2) เพื่อสร้างและออกแบบหลักสูตรพัฒนาการสื่อสารเชิงบวกในการทำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการในงานอุตสาหกรรม และ (3) เพื่อเปรียบเทียบการสื่อสารเชิงบวกในการทำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการในงานอุตสาหกรรม ก่อนและหลังการเข้าร่วมหลักสูตรพัฒนาการสื่อสารเชิงบวกในการทำงาน กลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานระดับปฏิบัติการในงานอุตสาหกรรม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง หลักสูตรมีค่าความสอดคล้องเชิงเนื้อหาไม่น้อยกว่า 0.5 และแบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น .954 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Wilcoxon Signed-Ranks Test


ผลการศึกษา จากการใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (1) การสื่อสารเชิงบวกในการทำงาน หมายถึง วิธีการที่ผู้ส่งสารใช้คำพูด หรือข้อความที่มีความสร้างสรรค์ไปถึงผู้รับสาร เพื่อสร้างความเข้าใจ และมีสัมพันธภาพที่ดี ลดความขัดแย้ง และช่วยจูงใจให้เกิดความร่วมมือ เพื่อให้การดำเนินการบรรลุเป้าหมายที่กำหนดร่วมกัน โดยมี 4 องค์ประกอบ คือ ความเอาใจใส่ต่อคู่สนทนา การใช้ภาษากายที่มีประสิทธิภาพ การใช้ภาษาอย่างสร้างสรรค์ต่อคู่สื่อสาร การใช้การสื่อสารในแนวราบ (2) หลักสูตรพัฒนาการสื่อสารเชิงบวกในการทำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการในงานอุตสาหกรรม ประกอบด้วย 9 ครั้ง มี 16 กิจกรรม
(3) พนักงานระดับปฏิบัติการในงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมหลักสูตรมีคะแนนหลังเข้าร่วมสูงกว่าก่อนเข้าร่วม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Pimpaporn, N. . (2023). ผลของหลักสูตรพัฒนาการสื่อสารเชิงบวกในการทำงาน ของพนักงานระดับปฏิบัติการในงานอุตสาหกรรม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, 5(2), 127–165. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoskru/article/view/267918
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เกษราภรณ์ งามสุวรรณฉาย, ชุติระ ระบอบ และพิษณุ วรรณกูล. (2564). การพัฒนาทักษะการสื่อสารของพนักงานบริษัทผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนส่งสินค้าข้ามแดนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน. มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น. 18(2), 14–26.

จินตนา วีระปรียากูร และเผชิญ กิจระการ. (2562). การพัฒนาโมเดลสภาพแวดล้อมการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารแบบผสมผสาน ด้วยกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อส่งเสริมทักษะในการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และทักษะการทำงานร่วมกันของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. ราชพฤกษ์. 17(2), 43–55.

ฉัตรศิริ ปิยะมลสิทธิ์. (2548). ความเที่ยงตรง. เอกสารประกอบการสอนเรื่องทฤษฎีการวัดและการทดสอบ. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ.

ช่อทิพย์ บรมธนรัตน์. (2557). การสื่อสารในองค์กรสาธารณสุข. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2559, จาก http://www.stou.ac.th/Schools/Shs/booklet/book574/PbHealth574.pdf

นพวรรณ โลนุช และกล้าหาญ ณ น่าน. (2564). บรรยากาศองค์การและกระบวนการสื่อสารที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์การ ของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. การตลาดและการจัดการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. 9(2), 82–96.

นภวรรณ ตันติเวชกุล. (2542). การวิเคราะห์อิทธิพลของภาพยนตร์โฆษณาทางโทรทัศน์ ตามแนวทฤษฎีการอบรมบ่มนิสัยทางวัฒนธรรมต่อเยาวชนในสถานศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นวลฉวี ประเสริฐสุข. (2558). สื่ อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อสร้างสุขในครอบครัว. Veridian E –Journal,Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. 8(2), 737-747.

ปรมิษฏ์ ปุรณาคม. (2561). การศึกษาความพึงพอใจของพนักงานที่มีต่อการสื่อสารภายในองค์กรกรณีศึกษาของธุรกิจอุตสาหกรรมยาสูบแห่งหนึ่ง. สารนิพนธ์หลักสูตรปริญญาการจัดการมหาบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการ คณะบัณฑิตวิทยาลัย,มหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.

พงษ์ศักดิ์ ทองพันชั่ง. (2564). ข้อเสนอกลยุทธ์การสื่อสารสร้างสุขในการทำงานของบุคลากรกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูมิภาคอีสานใต้. มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ. 15(2), 109-121.

มารุฒ พัฒผล. (2558). บทที่ 6 การสื่อสารเชิงบวก. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2566, จาก https://dspace.bru.ac.th/xmlui/bitstream/handle/123456789/7761/%E0

ประสงค์ เขื่อนสุวงศ์. (2560). การพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา. วไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์). 7(3), 13-24.

ปุณญฬินัล กริสกรี. (2559). การพัฒนาคู่มือส่งเสริมพัฒนาการเด็กสำหรับครูปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจังหวัดนครศรีธรรมราช. นาคบุตรปริทรรศน์. 7(1), 11-19.

รัชนก เชื้อแพทย์. (2563). รูปแบบการสื่อสารภายในองค์กรที่มีประสิทธิภาพของบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

เสนาะ ติเยาว์. (2537). การสื่อสารในองค์การ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

หริรักษ์ แก้วกับทอง. (2560). บทที่ 6 การสื่อสารเชิงบวก. สืบค้นเมื่อ 10 มกราคม 2566, จาก https://dspace.bru.ac.th/xmlui/bitstream/handle/123456789/7761/%E0

Baracz, S., & Buisman-Pijlman, F. (2017). How childhood trauma changes our hormones and thus our mental health into adulthood. Retrieved from The Conversation: https://theconversation.com/how-childhood-trauma-changes-ourhormones-and-thus-our-mental-health-into-adulthood-84689

Berlo, K. (1960). The Process of Communication. New York: Hoit, Rinehart and Winston.

Cronbach, L. J. (1949). Essentials of psychological testing. n.p.

Gordon, T. (1975). P.E.T. Parent Effectiveness Training: The Tested New Way to Raise Responsible Children. New York: New American Library.

Guilford, J. P. (1967). The nature of human intelligence: McGraw-Hill.

Lacobucci, D., & Duhachek, A. (2003). Advancing Alpha: Measuring Reliability with Confidence. Journal of Consumer. 13(4), 478-487.

Lambie, J. (2018). Should you hide negative emotions from children. Retrieved from The Conversation: https://theconversation.com/

should-you-hide-negativeemotions-from-children-104710