ความพึงพอใจของประชาชนในการใช้บริการสนามกีฬาแห่งใหม่ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

Main Article Content

เรไร นพภาษี
สุนีย์มาศ หีมหรับ
อาภาศิริ สายศร
อนันญา โสภณ
กิตติยา โพธิแสง
ปพิชญา สุวรรณรัตน์
ณัฐพล เปาวะนา
พิชญะ เทพอักษร
ณรงค์ฤทธิ์ หมีพลัด
ธนวัฒน์ สุวรรณโน
เกรียงศักดิ์ รัฐกุล
ธวัชชัย ศรีพรงาม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพี่อศึกษาระดับความพึงพอใจของประชาชนที่ใช้บริการสนามกีฬาแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของประชาชนที่ใช้บริการสนามกีฬาแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ ความถี่ในการมาใช้บริการ และประเภทของบุคลากร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย เป็นบุคลากรทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา เนื่องจากไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน จึงคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างจากสูตรของคอแครน ที่ระดับค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และความคลาดเคลื่อนร้อยละ 5 ได้กลุ่มตัวอย่าง 400 คน สุ่มตัวอย่างโดยวิธีบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 35 ข้อ มีความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .91 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการเปรียบเทียบรายคู่โดยวิธีการเชฟเฟ่


ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความพึงพอใจของประชาชนที่ใช้บริการสนามกีฬาแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.99, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.40) และ เมื่อพิจารณาความต้องการแต่ละด้าน พบว่าด้านความต้องการเพิ่มเติมจากสนามกีฬา มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย = 4.22, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.40) รองลงมาได้แก่ ด้านสถานที่ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.89, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.58) และด้านการให้บริการ ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.87, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 0.55) ตามลำดับ และ 2) ผลการเปรียบเทียบระดับความพึงพอใจของประชาชนในการใช้บริการสนามกีฬาแห่งใหม่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา พบว่า เพศที่แตกต่างกัน และอายุที่แตกต่างกัน มีผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการสนามกีฬา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนระดับการศึกษา อาชีพ ความถี่ที่มาใช้บริการ และประเภทของบุคลากร ไม่มีผลต่อความพึงพอใจในการใช้บริการสนามกีฬาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นพภาษี เ., หีมหรับ ส., สายศร อ., โสภณ อ., โพธิแสง ก., สุวรรณรัตน์ ป., เปาวะนา ณ., เทพอักษร พ., หมีพลัด ณ., สุวรรณโน ธ., รัฐกุล เ., & ศรีพรงาม ธ. (2020). ความพึงพอใจของประชาชนในการใช้บริการสนามกีฬาแห่งใหม่ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา| jhuso-skru, 2(1), 99–128. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoskru/article/view/235931
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กาญจนศรี สิงห์ภู่. (2562). คู่มือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพสำหรับประชาชน [เว็บบล็อก]. สืบค้นเมื่อ วันที่ 2 ธันวาคม 2562, จาก http://mossiraporn.blogspot.com/2013/09/blog-post_3683.html

การกีฬาแห่งประเทศไทย. (2549). แผนการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2550-2554). กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.

นิภา ประชีพฉาย. (2550). ความพึงพอใจของประชาชนในการให้บริการสนามกีฬาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี. รายงานการศึกษาอิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

วิมาน ภูนาสูง และจิณณวัตร ปะโคทัง. (2558). “ความพึงพอใจต่อการบริหารจัดการสนามกีฬาจังหวัดยโสธร สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร”. วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต. 15(3), 147-158.

สมโชค กาญจนโรจน์. (2541). การสนับสนุนเชิงธุรกิจในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาวิชาการโฆษณา. ภาควิชาการประชาสัมพันธ์บัณฑิตวิทยาลัย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สิทธิชัย ชุมแวงวาปี. (2551). ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้เข้ารับการบริการ. ปริญญานิพนธ์. บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุวิมล ติรกานันท์. (2548). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์: แนวทางสุ่การปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Cochran, W. G. (1977). Sampling Techniques. (3rd ed.). New York: John Wiley & Sons.