การพัฒนาระบบระบุตำแหน่งอุปกรณ์บนทางพิเศษโดยใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ

Main Article Content

เสาวนี ศรีสุวรรณ

บทคัดย่อ

การให้บริการทางพิเศษในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีระยะทางทั้งหมด 224.6 กิโลเมตร มีโครงสร้าง
ทางพิเศษ อุปกรณ์ควบคุมและอำนวยการจราจรบนทางพิเศษเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการสร้างระบบบริหารจัดการสินทรัพย์ในรูปแบบฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ซึ่งระบุตำแหน่งของอุปกรณ์, ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และภาพถ่ายของอุปกรณ์นั้น ๆ
แต่เนื่องจากในขั้นตอนของการเก็บและบันทึกข้อมูลในรูปแบบเดิมทำได้ค่อนข้างยากในสภาพการจราจรที่ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงบนทางพิเศษอาจเกิดอุบัติเหตุในการเก็บข้อมูลได้ จึงได้พัฒนานำโทรศัพท์มือถือมาใช้ในการสำรวจ และถ่ายภาพอุปกรณ์
แต่เนื่องจากตำแหน่งที่ถ่ายภาพเป็นตำแหน่ง ณ จุดของคนยืนถ่ายภาพไม่ใช่ตำแหน่งจริงของอุปกรณ์ จึงได้มีการใช้
แอปพลิเคชันธีโอโดไลท์ (Theodolite) เพื่อการสำรวจตำแหน่งและถ่ายภาพ ควบคู่กับเครื่องวัดระยะอิเล็กทรอนิกส์แบบเลเซอร์เพื่อวัดระยะทางจากตำแหน่งถ่ายภาพถึงอุปกรณ์ จากนั้นส่งข้อมูลทางอีเมล์ผ่านแอปพลิเคชันธีโอโดไลท์ ในการนำเข้าข้อมูล และจัดเก็บข้อมูลในฐานข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS Database) ในการนี้จึงได้พัฒนา PHP Script เพื่ออ่านข้อมูลในอีเมลและบรรจุข้อมูลลงในฐานข้อมูล ทำให้การสำรวจอุปกรณ์จำนวนมากสามารถทำได้รวดเร็ว สะดวก และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีสุวรรณ เ. (2019). การพัฒนาระบบระบุตำแหน่งอุปกรณ์บนทางพิเศษโดยใช้แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, 1(1), 42–52. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoskru/article/view/208992
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

เกริก จันทร์อรุณ. (2562). เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ GIS. สืบค้นเมื่อ 1 สิงหาคม 2562, จาก http://student.nu.ac.th/
geographica/Geo-3unit2.htm

อมร เพชรสว่าง. (2562). “ระบบพิกัดในแผนที่” จาก https://gistda.or.th/main/th/node/873

Hunter Research and Technology, LLC. (2018). Theodolite. Retrieved July, 5 2019, from https://itunes.apple.com/
th/app/theodolite/id339393884?l=th&mt=8

Putpannee, S. (2007). “Applications of Geographic Information System – GIS for Database Development of the Historic Building and Structures in the Municipality of Phuket”. Journal of Architectural/

Planning Research and Studies. 5(2), 27-40.