การศึกษาสมรรถนะการสื่อสารของบุคลากร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Main Article Content

จารุวิทย์ จันทร
หฤทัย ปัญญาวุธตระกูล

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สมรรถนะการสื่อสารของบุคลากรคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยศึกษาระดับความคิดเห็นของกลุ่มผู้บริหารและกลุ่มปฏิบัติการ ตลอดจนความสัมพันธ์และการเปรียบเทียบสมรรถนะการสื่อสารระหว่างสองกลุ่ม ใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 373 คน ด้วยการสุ่มแบบโควตา (Quota Sampling) โดยใช้แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหาและความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha = 0.990) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent Sample t-test และ Chi-square ผลการศึกษาพบว่า บุคลากรมีระดับความคิดเห็นต่อสมรรถนะการสื่อสารในระดับสูงสุด (equation = 4.29, SD = 0.62) โดยสมรรถนะด้านบุคลิกภาพได้รับคะแนนสูงสุด รองลงมาคือ การพูด การสร้างความสัมพันธ์ และการฟัง กลุ่มผู้บริหารมีสมรรถนะการสื่อสารสูงกว่ากลุ่มปฏิบัติการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) นอกจากนี้ ตำแหน่งงานมีความสัมพันธ์กับสมรรถนะด้านการพูด การสร้างความ สัมพันธ์ และภาพลักษณ์ของบุคลากร (p < 0.05) แต่ไม่มีความสัมพันธ์กับสมรรถนะด้านบุคลิกภาพ การฟัง และการสร้างช่องทางการสื่อสาร จากผลการศึกษา เสนอแนวทางพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารของบุคลากร ได้แก่ การจัดอบรมทักษะการสื่อสาร การปรับปรุงระบบ สื่อสารในองค์กร การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาทักษะการสื่อสารในระดับสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารองค์กรและเสริมสร้างความร่วมมือภายในคณะแพทยศาสตร์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันทร จ., & ปัญญาวุธตระกูล ห. (2025). การศึกษาสมรรถนะการสื่อสารของบุคลากร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 13(1), 85–106. https://doi.org/10.14456/husoaru.2025.5
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2564). แผนกลยุทธ์คณะแพทยศาสตร์ ในวาระบริหารประจำปี 2564 - 2568. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. https://www.med.cmu.ac.th/web/oit/8054/

งานบริหารบุคคล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2567). ระบบค้นหาบุคลากร. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. https://w1.med.cmu.ac.th/personnel/for-all-department/

จิราวรรณ วงศ์ดอกไม้ และ รุ้ง ศรีอัษฎาพร. (2553). การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารสำหรับบุคลากรที่มีศักยภาพสูงในองค์กรรัฐ. วารสารนิเทศศาสตร์, 28(2), 95-107.

ณฐอร กีรติลาภิน. (2560). รูปแบบและปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารในองค์กร กรณีศึกษา โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

นิชาวดี ตานีเห็ง. (2560). การพัฒนาสมรรถนะการสื่อสารของนายกองค์การบริหารส่วนตําบลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ [ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

บุญส่ง ทิ้งชั่ว และคณะ. (2564). รูปแบบการสื่อสารเพื่อการมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายพัฒนา ตําบลนาโพธิ์ อําเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 5(2), 89-104.

พรรณภา ส่งแสงแก้ว. (2566). การพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต ในทักษะการสื่อสารด้านการพูดเพื่อการนําเสนอ [รายงานวิจัย]. มหาวิทยาลัยศรีปทุม.

สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2551). ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). ประสานพิมพ์.

สำนักนโยบายและแผนการอุดมศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม. (2564). แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564 - 2570. บริษัทภาพพิมพ์จำกัด.

อภิษฎา วัฒนะเสวี และ ชนะเกียรติ สมานบุตร. (2557). รูปแบบการสื่อสาร และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กร กรณีศึกษา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด [การศึกษาค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยรังสิต.

เอกรัตน์ คําสิงห์ และคณะ. (2564). กลยุทธ์การใช้สื่อในการสื่อสารผลงานของนายกเทศมนตรีตําบลท่าก้อน อําเภออากาศอํานวย จังหวัดสกลนคร. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 5(2), 149-168.

Barnlund, D. C. (1970). A transactional model of communication. In K. K. Sereno & C. D. Mortensen (Eds.). Foundations of communication theory (pp. 83–92). Harper & Row.

Clayton, W. (2020). Connecting mayors: The content and formation of Twitter information networks. Urban Affairs Review, 58(1), 33–67. https://doi.org/10.1177/1078087420947182

Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS Quarterly, 13(3), 319–340. https://doi.org/10.2307/249008

Fayzullayeva, N. (2023). The improving of listening skill. Modern Science and Research, 2(10), 272–276.

Goffman, E. (1959). The moral career of the mental patient. Psychiatry, 22(2), 123–142. https://doi.org/10.1080/00332747.1959.11023166

Goleman, D. (1995). Emotional intelligence: Why it can matter more than IQ. Bantam Books.

Graen, G. B., & Uhl-Bien, M. (1995). Relationship-based approach to leadership: Development of leader-member exchange (LMX) theory of leadership over 25 years: Applying a multi-level multi-domain perspective. The Leadership Quarterly, 6(2), 219–247. https://doi.org/10.1016/1048-9843(95)90036-5

Hofstede, G. (1980). Culture and organizations. International Studies of Management & Organization, 10(4), 15–41. https://doi.org/10.1080/00208825.1980.11656300

Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Attitude theory and measurement (pp. 90–95). Wiley.

Mitchell, T., et al. (2022). Inclined but less skilled? Disentangling extraversion, communication skill and leadership emergence. Journal of Applied Psychology, 107(9), 1524–1539. https://doi.org/10.1037/apl0000962

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Tijdschrift voor Onderwijsresearch, 2(2), 49–60.

Schultz, T. W. (1961). Investment in human capital. The American Economic Review, 51(1), 1–17. https://www.jstor.org/stable/1818907

Schulze, J., et al. (2022). Mind the context-The relevance of personality for face-to-face and computer-mediated communication. PLOS ONE, 17(8), e0272938. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0272938

Wanithanachakorn, R., et al. (2022). Development of causal relationship model of factors affecting communicative English listening and speaking competency for undergraduate students of Rajabhat universities in the central region. Journal of MCU Nakhondhat, 9(9), 314–327.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.