https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/issue/feed วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา 2022-06-30T22:49:44+07:00 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นราธิป ปิติธนบดี husoarujournal@aru.ac.th Open Journal Systems <p>วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์เผยแพร่งานค้นคว้าวิจัยและองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครอบคลุมสาขาวิชาการปกครองท้องถิ่น การพัฒนาชุมชน นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ดนตรี ภาษา วรรณกรรม คติชนวิทยา ศิลปะ วัฒนธรรม ปรัชญาและศาสนา ภูมิศาสตร์ บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ และสาขาวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง</p> https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/article/view/259558 ทักษะการรู้สารสนเทศในศตวรรษที่ 21 2022-03-29T10:38:20+07:00 ปรีดี ปลื้มสำราญกิจ preedee.pluemsamrungit@gmail.com <p>หนังสือเรื่อง <strong>ทักษะการรู้สารสนเทศในศตวรรษที่ </strong><strong>21 </strong>ผู้แต่งคือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เทอดศักดิ์ ไม้เท้าทอง หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือให้ความรู้ทางวิชาการด้านการรู้สารสนเทศ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการแสวงหาความรู้ของผู้เรียนที่จะช่วยเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ที่มีคุณภาพได้</p> 2022-06-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/article/view/258682 การพัฒนากระบวนการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2022-03-05T11:22:38+07:00 พิมพาพร เชื้อบางแก้ว pimpeepim2509@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินการพัฒนากระบวนการบริหารแผนยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยใช้การประเมิน PDCA ศึกษาระดับความสำเร็จของการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับความสำเร็จของการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จากประชาชนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 60 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงวิเคราะห์ ใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ Pearson's Product Moment Correlation Coefficient</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า (1) การบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาพรวมของค่าเฉลี่ยกระบวนการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพบว่า ด้านการวางแผน ด้านการปฏิบัติตามแผน ด้านการตรวจสอบ และด้านการปรับปรุงการดำเนินการ อยู่ในระดับดีมาก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ3.88 คะแนน 3.91 คะแนน 3.80 คะแนน และ3.68 คะแนน ตามลำดับ (2)ระดับความสำเร็จของการพัฒนากระบวนการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีคะแนนเฉลี่ย 3.57 คะแนน (=3.57 คะแนนS.D.= 0.65) (3)ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับความสำเร็จของการพัฒนากระบวนการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า กระบวนการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้านการวางแผน ด้านการปฏิบัติตามแผน ด้านการตรวจสอบ และด้านการปรับปรุงการดำเนินการ มีความสัมพันธ์กับระดับความสำเร็จของกระบวนการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-Value &lt;0.01)</p> <p>ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยครั้งนี้ ในการพัฒนากระบวนการบริหารยุทธศาสตร์สุขภาพจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น เมื่อหน่วยงานมีการวางแผนยุทธศาสตร์ และนำแผนไปสู่การปฏิบัติแล้ว สิ่งสำคัญหน่วยงานต้องติดตามกำกับ ประเมินผลการดำเนินงาน ความสำเร็จของแผนงาน/โครงการรวมทั้งการติดตามประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ เพื่อนำผลติดตามกำกับ ประเมินผลการดำเนินงานไปสู่การปรับปรุงแก้ไข วางแผน พัฒนา และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้สามารถขับเคลื่อนได้บรรลุตามวิสัยทัศน์ของหน่วยงานตามที่กำหนดไว้</p> 2022-06-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/article/view/260047 การจัดการความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการนำไปพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี 2022-04-12T12:58:10+07:00 ณวกษิดิศ พลพลากรณ์โสภณ nawakasidit@gmail.com มยุรี รัตนเสริมพงศ์ mayuree.r@gmail.com วาสิตา เกิดผล ประสพศักดิ์ wasita.pk@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการดำเนินงานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และ 2) ศึกษาการจัดการความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง<br />ในการนำไปพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกโดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ผู้ให้ข้อมูลหลักจำนวน 10 คน ได้แก่ ตัวแทนจากกลุ่มที่ 1 ระดับผู้บริหาร จำนวน 5 คน และตัวแทนจากกลุ่มที่ 2 ระดับปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน จำนวน 5 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนูตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการนำไปพัฒนาชุมชน มีขั้นตอนการคิดวิเคราะห์และวางแผนอย่างมีระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และยุทธศาสตร์ขององค์กรที่ได้จากแนวความคิดของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนู องค์กรยังสามารถถอดองค์ความรู้ที่องค์กรมีอยู่ รวมถึงแสวงหาความรู้จากภายนอกองค์กรให้กับบุคลากรในองค์กรได้มีส่วนร่วมและมีกระบวนการเรียนรู้ระหว่างกัน ทำให้เกิดมีการเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากความรู้เดิมที่มีอยู่ เพื่อใช้กำหนดเป้าหมายในการพัฒนาชุมชนอย่างชัดเจนในแบบ “ภูมิปัญญาท้องถิ่น” ซึ่งเป็นรูปแบบที่เรียบง่ายที่เรียกว่า “วิถีชาวบ้าน” และ “วิถีชุมชน” 2) การจัดการความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการนำไปพัฒนาชุมชน ขององค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนูมี 7 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การบ่งชี้ความรู้ (2) การสร้างและแสวงหาความรู้ (3) การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (4) การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (5) การเข้าถึงความรู้ (6) การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ และ (7) การเรียนรู้ พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลโก่งธนูมีการจัดการความรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบที่องค์กรจัดทำแผนพัฒนาชุมชนขึ้น ซึ่งเป็นการจัดการความรู้อย่างเหมาะสมและเป็นระบบจนเกิดการเรียนรู้ที่ทั่วถึงของบุคลากรภายในองค์กร และนำไปใช้ปฏิบัติจนสามารถพัฒนาชุมชนไปสู่ชุมชนต้นแบบ “โก่งธนูโมเดล”</p> 2022-06-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/article/view/257707 Traditional Social Structure and Its Changes in Current Muong Societies in Hoa Binh Province, Vietnam 2022-01-21T13:00:32+07:00 Huy Ha Trieu huy.hatrieu@umt.edu.vn <p>This article examines the traditional social structure of the Muong and its influences on their society in the modern society of Muong people in Hoa Binh province, Vietnam. The author employs the methodology of Structuralism and Functionalism along with anthropological methods, observations, data collection, and in-depth interviews. The author points out that the Muong people still appreciated the role of religious dignitaries and the critical existence of the elder in their occupation despite the fact that their social structure has been officially eliminated since 1954. Nowadays, the local authority of Hoa Binh province is paying more attention to preserving the traditional values of shaman and stimulating the young Muong people to study their patois to protect positive cultural values through the role of Muong social classes in the context of modernization. Simultaneously, the author intends to propose some influential solutions to consult with the authority and local groups of Muong people in Hoa Binh province to implement appropriate policies of cultural preservation in Hoa Binh province effectively in the future.</p> 2022-06-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/article/view/258757 ทาสโดยกำเนิด : สถานะทางกฎหมายของทาสในเรือนเบี้ย ภายหลังผู้เป็นพ่อหลุดพ้นจากความเป็นทาสเพราะการบวช 2022-03-05T12:14:42+07:00 เชาวลิต สมพงษ์เจริญ chaowalit.14@icloud.com วิราวรรณ สมพงษ์เจริญ wila.s@gmail.com <p>บทความทางวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์ในการมุ่งนำเสนอผลการวิเคราะห์การหลุดพ้นจากความเป็นทาสของลูกทาสที่ทาสผู้เป็นพ่อได้รับอนุญาตจากนายเงินให้บวชว่ามีสถานะเป็นเช่นไร โดยใช้การวิจัยเชิงเอกสารผ่านวิธีการวิเคราะห์เอกสาร ดังมีหัวข้อ 1) การตกเป็นทาสในเรือนเบี้ยตามพระไอยการทาส 2) การหลุดพ้นจากความเป็นทาสในเรือนเบี้ย 3) วิเคราะห์สถานะทางกฎหมายของทาสในเรือนเบี้ยภายหลังผู้เป็นพ่อหลุดพ้นจากความเป็นทาสเพราะการบวช และ 4) บทสรุป ได้องค์ความรู้ที่สำคัญ คือ ทาสในเรือนเบี้ยเป็นทาสโดยกำเนิด ซึ่งแตกต่างจากการตกเป็นทาสประเภทอื่น และเป็นดอกผลธรรมดาในขณะที่พ่อแม่ตกเป็นทรัพย์สินของนายเงิน และตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเงินโดยสมบูรณ์ จึงไม่อาจหลุดพ้นจากความเป็นทาสด้วยอาศัยผลของการบวชของทาสผู้เป็นพ่อ องค์ความรู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาการหลุดพ้นจากความของทาสีที่แต่งงานกับนายเงินหรือลูกหลานของนายเงินในช่วงที่พระไอยการทาสใช้บังคับอยู่อันเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทยในเชิงวิเคราะห์ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่วงการนิติศึกษาต่อไปในอนาคต</p> 2022-06-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/article/view/258871 ถอดรหัสทุนนิยมในแอนิเมชั่น Spirited Away 2022-04-14T13:13:03+07:00 ธันยาภัทร์ สร้อยสุวรรณ thanyapatra_s@rmutt.ac.th ประภาพร เล็กดำรงค์ศักดิ์ prapaporn_lek@hotmail.com <p>ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยาวนานต่อเนื่องมากว่าสองปีทำให้คนทำงานต้องทำงานอยู่ที่บ้าน และเด็ก ๆ ก็ต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ ความบันเทิงในรูปแบบของออนไลน์สตรีมมิ่งจึงเป็นที่นิยมมากขึ้น&nbsp; การดูภาพยนตร์พร้อมกันในครอบครัวที่บ้านจึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ปกครองจะได้ใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับบุตรหลาน และช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง <em>Spirited Away</em> (2001) เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ได้รับการแนะนำอยู่เสมอ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำชื่นชมและได้รับรางวัลจากหลากหลายสถาบัน ทั้งในด้านภาพที่สวยงาม เนื้อเรื่องที่น่าตื่นเต้น และความบันเทิงที่เหมาะกับทุกวัย แต่ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ยังได้สอดแทรกเนื้อหาและบทเรียนที่เกี่ยวข้องกับระบบทุนนิยมซึ่งเป็นสิ่งที่เด็กควรตระหนักถึง&nbsp; ในงานวิจัยครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความหมายของสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบทุนนิยมที่แฝงอยู่ในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง <em>Spirited Away </em>เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้อ่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสอนโดยใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อ จากการวิจัยพบว่าผู้กำกับภาพยนตร์ได้สอดแทรกภาพสะท้อนของทุนนิยมซึ่งรวมถึงลัทธิบริโภคนิยมและความโลภผ่านเรื่องราว ฉาก ตัวละคร และบทสนทนา ด้วยศิลปะอย่างแนบเนียน</p> 2022-06-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา https://so03.tci-thaijo.org/index.php/husoarujournal/article/view/257955 เชิดฉิ่งแผลงศร คณะละครสำเนียง ป่าโมก 2022-02-26T15:26:36+07:00 เขมวันต์ นาฏการจนดิษฐ์ thaichana2601@gmail.com รจนา สุนทรานนท์ rojana.s@gmail.com คำรณ สุนทรานนท์ kamron.s@gmail.com สุทธิพร บุญส่ง sutthiporn.b@gmail.com <p>เชิดฉิ่งแผลงศร เป็นการแสดงประเภทรำเดี่ยวตัวพระ ของคณะละครสำเนียง ป่าโมก สำหรับแผลงศรเพื่อเสี่ยงทาย&nbsp; หรือลองฤทธานุภาพของศร เชิดฉิ่งแผลงศร นิยมใช้ในการแสดงละคร 3 เรื่อง คือ ลักษณวงศ์, สังข์ศิลป์ชัย และโกมินทร์ นางบุญเตือน เฉลยโชติ เป็นผู้สืบทอดกระบวนท่ารำ โดยการร่วมฝึกซ้อมกับนางละครรุ่นพี่ในวัยเด็ก การแสดงชุดนี้ไม่ปรากฏหลักฐานผู้ประดิษฐ์ท่ารำ ลำดับขั้นตอนการแสดงแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ตัวละครแต่งกายให้เกิดความรัดกุมในการใช้อาวุธ 2) ตัวละครหาเป้าหมายในการแผลงศร 3) ตัวละครน้าวศรเพื่อเตรียมแผลงศรไปที่เป้าหมาย และ 4) ตัวละครแผลงศรไปที่เป้าหมาย ทำนองเพลงที่ใช้ประกอบการแสดงรำเชิดฉิ่งแผลงศร ใช้ทำนองเพลงเชิดฉิ่ง ในขั้นตอนที่ 1-3 และใช้ทำนองเพลงรัว ในขั้นตอนที่ 4 ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าบรรเลงประกอบการแสดง กระบวนท่ารำ ประกอบด้วยการใช้อาวุธคือคันศรและลูกศร ผู้แสดงเป็นตัวเอกของเรื่อง หรือพระเอกของเรื่อง ซึ่งต้องเป็นผู้ที่มีฝีมือในการแสดง การแต่งกายผู้แสดงแต่งกายตามลักษณะของตัวละคร&nbsp;&nbsp;&nbsp; ปัจจุบันการแสดงรำเชิดฉิ่งแผลงศร อยู่ในสถานะที่เสี่ยงต่อการสูญหาย เนื่องจากขาดผู้สืบทอด จึงสมควรแก่การอนุรักษ์ และสืบทอดให้กับชนรุ่นหลัง เนื่องจากเป็นการแสดงที่บ่งบอกถึงภูมิปัญญาของนาฏศิลปินท้องถิ่น</p> 2022-06-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา