โปรแกรมการเห็นคุณค่าในตนเองตามแนวพุทธจิตวิทยา เพื่อลดภาวะซึมเศร้าเยาวชนในอำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
การเห็นคุณค่าในตนเอง, พุทธจิตวิทยา, ภาวะซึมเศร้า, เยาวชนบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพปัญหาภาวะซึมเศร้าของเยาวชน 2. พัฒนาโปรแกรมการเสริมสร้างการเห็นคุณค่าในตนเองตามแนวพุทธจิตวิทยาเพื่อลดภาวะซึมเศร้า และ 3. ทดลองใช้และประเมินประสิทธิผลของโปรแกรม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ประกอบด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 31 คน ประกอบด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 20 คน และการสนทนากลุ่ม จำนวน 11 คน เพื่อนำข้อมูลมาพัฒนาโปรแกรมการเสริมสร้างการเห็นคุณค่าในตนเองตามแนวพุทธจิตวิทยา ส่วนการวิจัยเชิงปริมาณศึกษากลุ่มเยาวชนอายุระหว่าง 15–18 ปี จำนวน 856 คน และคัดเลือกผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าระดับปานกลาง จำนวน 117 คน จากนั้น กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้โปรแกรม G*Power ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 50 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดภาวะซึมเศร้า CES-D ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.968 และโปรแกรมการเสริมสร้างการเห็นคุณค่าในตนเองตามแนวพุทธจิตวิทยา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า 1. เยาวชนมีภาวะซึมเศร้าในระดับที่น่ากังวล โดยมีสาเหตุสำคัญจากความกดดันด้านการเรียน ปัญหาครอบครัว การใช้สื่อสังคมออนไลน์ และการเปลี่ยนแปลงตามช่วงวัย 2. โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นภายใต้ชื่อ “Youth Power Up เติมพลังใจ สร้างคุณค่าในตัวเอง” บูรณาการหลักโยนิโสมนสิการร่วมกับแนวคิดการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy: CBT) และการเสริมสร้างการเห็นคุณค่าในตนเอง ประกอบด้วยกิจกรรมจำนวน 10 กิจกรรม ใช้เวลาในการดำเนินกิจกรรมรวม 10 ชั่วโมง 3. ผลการทดลอง พบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนภาวะซึมเศร้าลดลงและมีระดับการเห็นคุณค่าในตนเองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทั้งภายหลังการทดลองและระยะติดตามผล 1 เดือน แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมการเสริมสร้างการเห็นคุณค่าในตนเองตามแนวพุทธจิตวิทยามีประสิทธิผลในการลดภาวะซึมเศร้าและส่งเสริมการเห็นคุณค่าในตนเองของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2566). รายงานสถิติสุขภาพจิตของประชากรไทย ปีงบประมาณ 2566. นนทบุรี : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
“_______”. (2567). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นไทย ประจำปี 2567. นนทบุรี : กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพฯ : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
อุมาพร ตรังคสมบัติ. (2540). การพัฒนาแบบวัดภาวะซึมเศร้า CES-D ฉบับภาษาไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 42(1), 2–13.
American Psychiatric Association. (2022). Diagnostic and statistical manual of mental disorders (5th ed., text rev.). Washington, DC : Author.
Beck, A. T. (1979). Cognitive therapy and the emotional disorders. New York, NY : Penguin.
Brown, K. W., & Ryan, R. M. (2003). The benefits of being present: Mindfulness and its role in psychological well-being. Journal of Personality and Social Psychology, 84(4), 822–848.
David, D., Cristea, I., & Hofmann, S. G. (2018). Why cognitive behavioral therapy is the current gold standard of psychotherapy. Frontiers in Psychiatry, 9, 4.
Kabat-Zinn, J. (2013). Full catastrophe living: Using the wisdom of your body and mind to face stress, pain, and illness (Rev. ed.). New York, NY : Bantam Books.
Orth, U., & Robins, R. W. (2014). The development of self-esteem. Current Directions in Psychological Science, 23(5), 381–387.
Rogers, C. R. (1961). On becoming a person: A therapist's view of psychotherapy. Boston, MA : Houghton Mifflin.
Sowislo, J. F., & Orth, U. (2013). Does low self-esteem predict depression and anxiety? A meta-analysis of longitudinal studies. Psychological Bulletin, 139(1), 213–240.
Spirito, A., Esposito-Smythers, C., Wolff, J., & Uhl, K. (2011). Cognitive-behavioral therapy for adolescent depression and suicidality. Child and Adolescent Psychiatric Clinics of North America, 20(2), 191–204.
World Health Organization. (2021). Adolescent mental health. Geneva, Switzerland : World Health Organization.
World Health Organization. (2023). Mental health of adolescents. Geneva, Switzerland: World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารจิตวิทยาพุทธศาสตร์ประยุกต์เพื่อสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.