ปัญหาครูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความคิดเห็นของครูโรงเรียนในอำเภอเมืองปทุมธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี
คำสำคัญ:
ปัญหาครู, ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู, กฎหมายว่าด้วยสภาครู, บุคลากรทางการศึกษา, โรงเรียนในอำเภอเมือง, จังหวัดปทุมธานีบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาปัญหาครูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความคิดเห็นของครู และ (2) เพื่อเปรียบเทียบระดับปัญหาครูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความคิดเห็นของครูโรงเรียนในอำเภอเมืองปทุมธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี จำแนกตามระดับการศึกษาและวิทยฐานะ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูโรงเรียนในอำเภอเมืองปทุมธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี ปีการศึกษา 2566 จำนวน 214 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติการทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว ผลการวิจัย พบว่า (1) ปัญหาครูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความคิดเห็นของครู โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการควบคุมการประกอบวิชาชีพครู ด้านการส่งเสริมวิชาชีพครู และ ด้านการควบคุมตามมาตรฐานวิชาชีพครู (2) การเปรียบเทียบปัญหาครูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความคิดเห็นของครู จำแนกตามระดับการศึกษา และวิทยฐานะ พบว่า (2.1) ครูที่มีระดับการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อปัญหาครูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความคิดเห็นของครูโรงเรียนในอำเภอเมืองปทุมธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี โดยรวมแตกต่างกัน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านการควบคุมการประกอบวิชาชีพครู และ ด้านการควบคุมตามมาตรฐานวิชาชีพครู แตกต่างกัน ส่วนด้านอื่น ๆ ไม่แตกต่างกัน และ (2.2) ครูโรงเรียนที่มีวิทยฐานะต่างกันมีความคิดเห็นต่อปัญหาครูมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูที่บัญญัติในกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามความคิดเห็นของครูโรงเรียนในอำเภอเมืองปทุมธานี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ.(2545).พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ ส.ส.พ.
กระทรวงศึกษาธิการ.(2546).พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการพ.ศ.2546. กรุงเทพฯ: สกายบุ๊กส์.
เฉลิมพันธ์ ศรีพรหม.(2560).การปฏิบัติและแนวทางส่งเสริมการปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
วีรพล แป้นพรหม.(2561).การปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาของข้าราชการครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในอำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี. สารนิพนธ์ปริญญาศึกษา ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยปทุมธานี.
สมเด็จ ภิมายกล. (2561). การพัฒนาคู่มือการขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สำหรับนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
สุวิมล พรประภาศักดิ์. (2551). การศึกษามาตรฐานความรู้วิชาชีพครูในโรงเรียนคริสตสงเคราะห์อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก. ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา. (2546). พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546. กรุงเทพฯ: คุรุสภา.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). ใบประกอบวิชาชีพครู. กรุงเทพฯ: ที.พี.พริ้น.
Cronbach, L, J. (1990).Essentials of Psychological Testing (5 ed). New York: HarperCollins.
Krejcie, R.V. Morgan, D.W. (1970, Autumn).Determining Sample Size for Research Activities, Educational and Psychological Measurement,30(3),607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์