การพัฒนาการจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลางเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดวิพากษ์ของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยในสถาบันอุดมศึกษา
คำสำคัญ:
ผลสัมฤทธิ์การเรียน, แนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลาง, ความพึงพอใจ, ความสามารถในการคิดวิพากษ์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างและหาประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลางเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดวิพากษ์ของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ตามเกณฑ์ 75/75 (2) เปรียบเทียบความสามารถในการคิดวิพากษ์ของนักศึกษาก่อนเรียนและหลังเรียนโดยการจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลาง (3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาก่อนเรียนและหลังเรียนการจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลาง (4) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ชั้นปีที่ 2 ที่ลงทะเบียนรายวิชาการพัฒนาหลักสูตร ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 42 คน ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .94 เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ (1) แผนการจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลาง (2) แบบวัดความสามารถในการคิดวิพากษ์ (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลาง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที. ผลวิจัย พบว่า (1) การจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลางเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิดวิพากษ์ของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 76.93/76.26 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 75/75 (2) ความสามารถในการคิดวิพากษ์ของนักศึกษาหลังเรียนการจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลางสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเท่ากับ .05 (3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาหลังเรียนการจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลางสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเท่ากับ .05 (4) ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการจัดการเรียนรู้อิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลาง ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
กรรณิการ์ ทองรักษ์ และคณะ. (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์โดยอิงแนวคิดประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านสื่อกลาง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 16(4), 1-9.
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/21936/18929
ต้องชนะ หมั่นบรรจง และคณะ.(2565).การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย. Journal of Roi Kaensarn Academi,7(4),59-81. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/253176/171943
ทิศนา แขมมณี. (2564). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 25). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปัทวรรณ จำปาทอง. (2562). การพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่องอาหารกับการดำรงชีวิตผ่านการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์. ศาสตรมหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พรรณี ชูทัย เจนจิต. (2550). จิตวิทยาการเรียนการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2560). ความเป็นครูและการพัฒนาครูมืออาชีพ (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เฟลด์แมน, แดเนียล เอ. (2545). วิธีคิดเชิงวิพากษ์: คิดอย่างมีวิจารณญาณ (วราภรณ์ สืบสหการ, แปลและเรียบเรียง). กรุงเทพฯ: เอ๊กซเปอร์เน็ท.
วิชัย วงษ์ใหญ่ และมารุต พัฒผล. (2557). การโค้ชเพื่อการรู้คิด (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: จรัลสนิทวงศ์การพิมพ์.
ศศิมา สุขสว่าง. (2566). Critical Thinking Skill ทักษะการคิดวิพากษ์. สืบค้นจาก http://www.sasimasuk.com/
สถาบันปราชญ์วิสัย. (2566). การคิดวิพากษ์. สืบค้นจาก https://wisemention.com/
Ben-Hur, Meir. (1998). Mediation of cognitive competencies for students in need. PHI DETA KAPPAN, 79,9 : 661-667. https://eric.ed.gov/?id=EJ565101
Feuerstein, R., Klein and Tanmenbaum. (1991). Mediated learning experience : theoretical, psycholgical and learning Implications. London : Ferund.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์