รูปแบบการบริหารการพัฒนาสมรรถนะทางวิชาการของครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร ที่เน้นความสำคัญของปัจจัยด้านเครือข่าย ปัจจัยด้านองค์กร และปัจจัยด้านบุคคล
คำสำคัญ:
รูปแบบการบริหาร, สมรรถนะทางวิชาการของครู, ปัจจัยเชิงสาเหตุบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เพื่อศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุของสมรรถนะทางวิชาการของครู ในโรงเรียนมัธยมศึกษา (2) เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะทางวิชาการของครู ในโรงเรียนมัธยมศึกษา และ (3) เพื่อสร้างและประเมินรูปแบบการบริหารการพัฒนาสมรรถนะทางวิชาการของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นครู จำนวน 395 คน ได้จากการสุ่มแบบแบ่งเป็นชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบวัดมาตรประเมินค่า 16 แบบวัด มีค่าความเที่ยง (α) ตั้งแต่ .775 ถึง .886 และแบบประเมินรูปแบบการบริหารการพัฒนา สถิติที่ใช้มีทั้งสถิติพื้นฐานและสถิติอ้างอิง สถิติที่ใช้ทดสอบสมมุติฐาน ได้แก่ การทดสอบที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์เส้นทางอิทธิพล ผลการวิจัยพบว่า (1) กลุ่มตัวแปรปัจจัยด้านเครือข่าย กลุ่มตัวแปรปัจจัยด้านองค์กร และกลุ่มตัวแปรปัจจัยด้านบุคคล ร่วมกันอธิบายสมรรถนะทางวิชาการของครู ได้ร้อยละ 45.5 โดยมีตัวแปรสำคัญ คือ ประสบการณ์ที่ได้จากเครือข่าย การมีสิ่งสนับสนุนการทำงานวิชาการ การสื่อสารกับเครือข่าย การได้ทำงานเป็นทีมในเครือข่าย และการมีตัวแบบที่ดีทางวิชาการ (2) รูปแบบปัจจัยเชิงสาเหตุการพัฒนาสมรรถนะทางวิชาการของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษา มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) รูปแบบการบริหารการพัฒนาสมรรถนะทางวิชาการของครูที่ประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ผ่านเกณฑ์ความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ได้จริง
เอกสารอ้างอิง
กานต์ อัมพานนท์. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารทรัพยากรมนุษย์กับสมรรถนะของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
กลัญญู เพชราภรณ์.(2555).การศึกษาอัตมโนทัศน์หลายมิติของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดสมุทรปราการ ตามแนวคิดของแบรคเคน.ครุศาสตรมหาบัณฑิต,มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา.
เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์. (2543). เครือข่ายทางสังคม (พิมพ์ครั้งที่ 2). ซัคเซส มีเดีย.
ขวัญพิชชา มีแก้ว.(2562).การบริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา.กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ครรชิต มาลัยวงศ์.(2557).เทคโนโลยีการบริหารการศึกษา.ICT Idea for Spiritization.
ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์. (2544). การเรียนรู้และเครือข่าย: ความรู้ฉบับพกพา. สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม.
ณิชาภา ธพิพัฒน์.(2559).การวิเคราะห์โมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนรู้.เชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
เจษฎา กาศเจริญ. (2550). การพัฒนาองค์กรและการบริหารการเปลี่ยนแปลง.กองการฝึก กองเรือยุทธการ
ดวงเดือน พันธุมนาวิน.(2539).ทฤษฎีต้นไม้จริยธรรม การวิจัยและการพัฒนาบุคลากร.กรุงเทพฯ :โครงาการส่งเสริมเอกสารงานวิชาการ สถานบันพัฒนบริหารศาสตร์.
ดุจเดือน พันธุมนาวิน.(2556).ปัจจัยเชิงเหตุและผลของพฤติกรรมเสี่ยงอย่างมีสติของนักเรียนระดับมัธยมศึกษารายงานการวิจัยโครงการวิจัยแม่บท : การวิจัยและพัฒนาระบบพฤติกรรมไทย.สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
ทิศนา แขมมณี.(2550).ศาสตร์ของการสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ.กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนาคาร จันทร์ลือชัย.(2567).รูปแบบการบริหารการพัฒนาสมรรถนะการทำงานของครูในโรงเรียนเครือ คาทอลิก อัครสังฆมณฑลกรุงเทพ.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหาร,มหาวิทยาลัยพะเยา.
นันทเดช ยงค์กมล. (2562). รูปแบบการบริหารจัดการเครือข่ายสถานศึกษาของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ .ปริญญาดุษฎีบัณฑิต,มหาวิทยาลัยพะเยา.
นิธิวัฒน์ อินทสิทธิ์. (2562).ปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28.ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
นีออน พิณประดิษฐ์.(2557).วิจัยระบบดัชนีความไว้วางใจสังคมอย่างฉลาดของนักศึกษาปริญญาตรี มหาวิทยาลัยในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้.การวิจัยและพัฒนาระบบพฤติกรรมไทย.สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
ปรมัตถ์ปัญปรัชญ์ ต้องประสงค์.(2567).รูปแบบการบริหารการพัฒนาการทำงานมุ่งผลสัมฤทธิ์ร่วมกับการทำงานอย่างริเริ่มสร้างสรรค์ของอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์.ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต,สาขาวิชาการบริหารการศึกษา,มหาวิทยาลัยพะเยา.
พิพัฒน์ ศรไพบูลย์.(2563).รูปแบบการพัฒนาการทำงานอย่างอุทิศตนของข้าราชการครู สังกัดกรุงเทพมหานคร.การศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา.
ภาระวี ศุขโรจน์. (2556). ปัจจัยเชิงสาเหตุและผลของพฤติกรรมการทำงานเป็นทีมของครูโรงเรียนมัธยมศึกษาในกรุงเทพมหานคร.ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมศักดิ์ เอี่ยมดี. (2556). การบริหารจัดการเครือข่ายทางการศึกษา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สุกัญญา รัศมีธรรมโชติ. (2548). แนวทางการประยุกต์ใช้ Competency ในการบริหารทรัพยากรมนุษย์. ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.(2553).คู่มือประเมิน สมรรถนะครู.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.(2567).จำนวนครู.กระทรวงศึกษาธิการ.https://www.obec.go.th/
สุชาติ ธาดาธำรงเวช.(2554).การพัฒนาครูเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา.กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
อาภรณ์ ภู่วิทยาพันธุ์. (2548). กลยุทธ์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์. เอช อาร์ เซ็นเตอร์.
Bandura, A.(1997).Self-efficacy: The exercise of control. New York, NY: W. H. Freeman.
Bandura,A.(1989).Human agency in social cognitive theory. American Psychologist,44(9), 1175-1184.
Bovee, Courtland L. et al.(1993).Fundamentals of Organizational Planning. New York : McGraw - Hill,1993.
Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. Cambridge, MA: Center for Advanced Engineering Study, Massachusetts Institute of Technology.
Eisner, E.(1 9 7 6 ).Educational connoisseurship and criticism:Their form and functions ineducational evaluation. Journal of Aesthetic Evaluation or Education,10: 135-150.
Hause, J. S.(1981).Work stress and social support. Reading, MA: Addison-Wesley.
Magnusson, D., & Endler, N. S. (1977). Personality at the crossroads: Current issues in interactional psychology. Hillsdale, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
McClelland, D. C.(1973).Testing for competence rather than for intelligence. American Psychologist, 28(1), 57.
Mohanta, G. D. (2018). Competency mapping and its impact on organization: A study on higher educational institutions. Educreation Publishing.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์