ปัญหากฎหมายว่าด้วยการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
คำสำคัญ:
กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, วาระการดำรงตำแหน่ง, ปัญหากฎหมาย, การปกครองท้องถิ่นบทคัดย่อ
งานวิจัยเรื่อง ปัญหากฎหมายว่าด้วยการกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพัฒนาการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน วิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกำหนดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง ตลอดจนเสนอแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับสภาพสังคมและการปกครองท้องถิ่นในปัจจุบัน การวิจัยนี้เป็นการศึกษาวิจัยเชิงเอกสาร โดยใช้แหล่งข้อมูลจากบทบัญญัติกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติมหลายฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขมาตรา 12 กำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี แทนการดำรงตำแหน่งจนถึงอายุ 60 ปี รวมถึงการพิจารณาคำพิพากษาศาลฎีกาและงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง
ผลการศึกษาพบว่า โครงสร้างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวาระการดำรงตำแหน่ง ความไม่ชัดเจน ไม่สอดคล้องของบทบัญญัติกฎหมาย ผลกระทบของ “การไม่มีวาระ” หรือ “วาระยาวเกินไป” เปรียบเทียบกับระบบต่างประเทศหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
ข้อเสนอแนะของงานวิจัยนี้คือ การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย โดยอาจพิจารณาปรับปรุง แก้ใข มาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ ให้กำหนดวาระที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการสร้างกลไกตรวจสอบและประเมินผลการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการรักษาขนบธรรมเนียมท้องถิ่นกับหลักนิติธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินที่มีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง.(2565).บทบาทและหน้าที่ของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน. กระทรวงมหาดไทย.
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457. (2457). ราชกิจจานุเบกษา.
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2551. (2551). ราชกิจจานุเบกษา.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. (2560). ราชกิจจานุเบกษา.
สมชาย ใจดี. (2560). กฎหมายปกครอง. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
สุรีย์ แสงทอง. (2562). การกระจายอำนาจกับการปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย. วารสารนิติศาสตร์, 45(2), 25–40.
Brown, T. (2018). Decentralization and local governance. Routledge.
Smith, J. (2019). Local governance and administrative reform. Oxford University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์