วัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
วัฒนธรรมทางการเมือง แบบประชาธิปไตย , การมีส่วนร่วมทางการเมือง, การเมืองประชาชนองค์การบริหารส่วนตำบล, จังหวัดปทุมธานีบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดปทุมธานี (2) วิเคราะห์อิทธิพลของวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง และ (3) เสนอแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในพื้นที่ โดยใช้การวิจัยแบบผสมวิธี อ้างอิงกรอบแนวคิดจากทฤษฎีของ Almond & Powell และทินพันธ์ นาคะตะ (2546) ในส่วนของการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 400 คน จากประชากรทั้งสิ้น 1,190,060 คน โดยใช้ตารางของเครจซี่ และมอร์แกน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกจากปลัดเทศบาล 5 คน และผู้นำชุมชน 10 คน รวม 15 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณผลการวิจัยพบว่า (1) ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในจังหวัดปทุมธานีอยู่ในระดับมาก ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน โดยด้านการติดตามข่าวสารมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ส่วนด้านการใช้สิทธิเลือกตั้งมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (2) วิเคราะห์วัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตย 8 ด้าน เช่น ความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย การยึดหลักสิทธิมนุษยชน และการมีจิตสำนึกพลเมือง สามารถร่วมกันพยากรณ์การมีส่วนร่วมทางการเมืองได้ร้อยละ 91.20 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 และ (3) แนวทางส่งเสริมควรมุ่งสร้างความศรัทธาในประชาธิปไตย ผ่านโครงการส่งเสริมประชาธิปไตย วัฒนธรรมชาติ และการรณรงค์เพื่อส่วนรวม
เอกสารอ้างอิง
ชนาธิป ธนะรัช และ ภัครดา ฉายอรุณ.(2560).ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน. วารสารวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ , 28(2), 107-116.
ฐานิตา เฉลิม และ อัมรินทร์ นาคณัฐเศรษฐ์.(2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ในระดับเทศบาล จังหวัดฉะเชิงเทรา.วารสารชุมชนวิจัย,10,(1),82-90. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NRRU/article/view/93692/73348
เพิ่มศักดิ์ วรรณยิ่ง และคณะ. (2559). การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตอำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารสหวิทยาการวิจัย ฉบับบัณฑิตศึกษา,5(1),150-160. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JIRGS/article/view/229242/156028
ทินพันธ์ นาคะตะ. (2545).ศาสตร์และศิลป์การเมืองการบริหารไทย. กรุงเทพฯ: สหายบล็อกและการพิมพ์.
บูฆอรี ยีหมะ. (2550). ความรู้เบื้องต้นทางรัฐศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สถาบันพระปกเกล้า. หลักสูตรการบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 7 กลุ่มที่ 13. (2551). การมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรงของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550. สถาบันพระปกเกล้า.
สำนักงานสถิติจังหวัดปทุมธานี.(2566).รายงานสถิติจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2566. สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
เสมอ จุ่นเจริญ. (2557). ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลจังหวัดชลบุรี. รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยปทุมธานี.
อัลมอนด์, จี. เอ., และ เวอร์บา, เอส. (2562). วัฒนธรรมพลเมือง: ทัศนคติทางการเมืองและประชาธิปไตยในห้าประเทศ (The Civic Culture). (คณะผู้แปล). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อุไรวรรณ ธนสถิตย์. (2549). พฤติกรรมทางการเมืองและวัฒนธรรมทางการเมือง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Huntington, S. P., & Nelson, J. M. (1976). No Easy Choice: Political Participation in Developing Countries. Harvard University Press.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์