ผลของโปรแกรมการบำบัดแบบเสริมสร้างแรงจูงใจที่มีต่อการรับรู้ความสามารถแห่งตนของผู้ป่วยเสพติดแอมเฟตามีน
คำสำคัญ:
โปรแกรมการบำบัดแบบเสริมสร้างแรงจูงใจ , การรับรู้ความสามารถแห่งตน , แอมเฟตามีนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อศึกษาผลของโปรมแกรมการบำบัดแบบเสริมสร้างแรงจูงใจที่มีต่อการรับรู้ความสามารถแห่งตนของผู้ป่วยเสพติดแอมเฟตามีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ความสามารถแห่งตนของกลุ่มทดลองก่อนและหลังการทดลอง และ 2) เพื่อเปรียบเทียบการรับรู้ความสามารถแห่งตน หลังการทดลองระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม วิธีคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธี Match-paired ได้แก่ ผู้ป่วยเสพติดแอมเฟตามีนที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรม กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติดของโรงพยาบาลลาดบัวหลวง ที่มีระดับคะแนนการรับรู้ความสามารถแห่งตนอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลางจำนวน 20 คนจากผู้ป่วยเสพติดแอมเฟตามีนทั้งหมด 137 คน มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วยโปรแกรมการบำบัดแบบเสริมสร้างแรงจูงใจโดยจัดกิจกรรมทั้งหมดรวม 8 ครั้งในการจัดกิจกรรมแต่ละครั้งจะใช้เวลา 1 ชั่วโมงรวมทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง และแบบประเมินการรับรู้ความสามารถแห่งตน โดยใช้สถิติ t-test ในการวิเคราะห์ข้อมูลโดย
ผลการวิจัยพบว่า (1) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีการรับรู้ความสามารถแห่งตนสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ (2) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีการรับรู้ความสามารถแห่งตนสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข,(2566) “โปรแกรมเมทริกซ์การบำบัดผู้ติดยาบ้าแบบผู้ป่วยนอก คู่มือกลุ่มครอบครัวศึกษา,” กรุงเทพฯ: คลังความรู้สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต
จุไรพร สัมพุทธานนท์ (2559).ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการรับรู้ความสามารถของตนเองในการป้องกันการเสพแอมเฟตามีนซ้ำของวัยรุ่นชายสถานบำบัดยาเสพติดของรัฐ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 36(1), 6-14.
ศุภชัย นวลสุทธิ์ และคณะ,(2565); ผลของโปรแกรมประยุกต์การบำบัดเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจต่อความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงและความต้องการการรักษาของผู้ป่วยยาเสพติดที่ต้องเข้ารับการบำบัดเป็นครั้งแรก.วารสารพยาบาลสงขลานครินทร์(2565);42(2):น.163-177
สีอรุณ แหลมภู่,(2554). ผลของโปรแกรมเสริมสร้างแรงจูงใจภายในต่อแรงจูงใจและการเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ติดสารเสพติดในสถานบำบัดยาเสพติดแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี.ปทุมธานี: ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด,(2567) แนวทางการดำเนินงานการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับปรับปรุง) นนทบุรี:กระทรวงสาธารณสุข
Bandura, A. (1977). Self – efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review. 84 : 191 – 215.
Bandura, A. (1986). The explanatory and predictive scope of self–efficacy theory. Journal of Social and Clinical Psychology. :4: 359 – 373
Bandura, A. 1997. Self-efficacy: The exercise of control. Page 22. New York: W.H. Freeman.
Deci, E. and Ryan, R.M. 1990. Intrinsic Motivation and Self - Determination in Human Behavior. New York: Academic Press.
Miller, W. R., & Rollnick, S. (2002). Motivational interviewing: Preparing people for change (2 nd ed.). New York: The Guilford Press
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์