การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างภาวะผู้นำในยุคประเทศไทย 4.0สำหรับคณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมา
The Development of a Training Course to Strengthen Leadership in THAILAND 4.0 for the Students Organization Committee in Nakhonratchasima College.
คำสำคัญ:
ฝึกอบรม, เสริมสร้าง, ผู้นำ 4.0บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างภาวะผู้นำในยุคประเทศไทย 4.0 สำหรับคณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมา2) เพื่อศึกษาผลลัพธ์ของการใช้หลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างภาวะผู้นำในยุคประเทศไทย 4.0 สำหรับคณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมากลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมา ปีการศึกษา 2562 จำนวน 33 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ 1) หลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างภาวะผู้นำในยุคประเทศไทย 4.0 สำหรับคณะกรรมการองค์การนักศึกษา วิทยาลัยนครราชสีมา 2) แบบประเมินหลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างภาวะผู้นำในยุคประเทศไทย 4.0 สำหรับคณะกรรมการองค์การนักศึกษา วิทยาลัยนครราชสีมา 3) แบบทดสอบ (Test) ปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 4) แบบสังเกต (Observation Form) พฤติกรรมผู้เข้ารับการฝึกอบรมในกิจกรรมการปฏิบัติเพื่อพัฒนา ด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้นำ 5) แบบสัมภาษณ์ (Interview) หลังการเข้าฝึกอบรม และ 6) แบบประเมินความพึงพอใจต่อการเข้าฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างภาวะผู้นำสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยสรุปได้ว่า
1) หลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างภาวะผู้นำในยุคประเทศไทย 4.0 สำหรับคณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมา มีความเหมาะสมมากที่สุด
2) ผลลัพธ์ของการใช้หลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการเสริมสร้างภาวะผู้นำในยุคประเทศไทย 4.0 สำหรับคณะกรรมการองค์การนักศึกษา วิทยาลัยนครราชสีมาทั้ง 3 ด้านดังนี้ คือ (1) ในด้านความรู้และความคิดพื้นฐานที่เกี่ยวกับภาวะผู้นำทั้ง 3 วงรอบมีระดับคะแนนหลังฝึกอบรมมากกว่าก่อนฝึกอบรม (2) ในด้านคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้นำในยุคประเทศไทย 4.0 สำหรับคณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมาทั้ง 4 ข้อ คือ (2.1) การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการคิดสร้างสรรค์(2.2) การทำงานเป็นทีมสร้างสรรค์ (2.3) การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนางานองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมาและ (2.4) การสื่อสารสร้างสรรค์ โดยการใช้แบบสังเกตทั้ง 3 วงรอบ อยู่ในระดับมาก (3) ในด้านความพึงพอใจต่อการเข้าฝึกอบรมอยู่ในระดับมาก
เอกสารอ้างอิง
คุณาพร วรรณศิลป์,สมปอง ศรีกัลยา และภูษิต บุญทองเถิง. (2562). การพัฒนาหลักสูตร
ฝึกอบรมครูด้วยรูปแบบผสมผสานเรื่องการทำวิจัยในชั้นเรียน. ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
คงศักดิ์ สังฆมานนท์. (2563). รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมสร้างสรรค์ของเคเอส (KS-Creative Training Course Model). เอกสารประกอบคำบรรยายรายวิชา MED62210. นครราชสีมา : วิทยาลัยนครราชสีมา.
บัญชา วิทยอนันต์. (2562) “ความเห็นต่อสภาพปัญหาในคณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมา” การสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ วิทยาลัยนครราชสีมา โดย บุญลือ มีเงิน.
สุจิตรา สุภหัตถี. (2562). “ความเห็นต่อสภาพปัญหาในคณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมา” การสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ วิทยาลัยนครราชสีมา โดย บุญลือ มีเงิน.
สุภาพร ชินสมพล. (2562). “ความเห็นต่อสภาพปัญหาในคณะกรรมการองค์การนักศึกษาวิทยาลัยนครราชสีมา” การสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2562 ณ วิทยาลัยนครราชสีมา โดย บุญลือ มีเงิน.
อรุณรุ่ง โยธสิงห์. (2559). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมตามแนวคิดการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อ
เสริมสร้างสมรรถนะด้านการประเมินที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครูผู้สอนระดับประถมศึกษา. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิจัยหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
จรรยาบรรณผู้เขียนบทความ
ผู้เขียนบทความต้องรับรองว่าบทความนี้ไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารใดหรือสิ่งพิมพ์อื่นๆ มาก่อน ต้องไม่คัดลอกผลงานผู้อื่นมาปรับแต่งเป็นบทความของตน และไม่ได้อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ อีกทั้งยอมรับหลักเกณฑ์การพิจารณาและการตรวจแก้ไขบทความต้นฉบับโดยกองบรรณาธิการวารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
บทความทุกเรื่องได้รับการตรวจพิจารณาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญตรงตามสาขาของบทความ ซึ่งผู้เขียนต้องแก้ไขตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เป็นไปตามกำหนดกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์และยกเลิกการตีพิมพ์โดยจะแจ้งให้ทราบต่อไป
ข้อความที่ปรากฏในบทความของวารสารนี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียนซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับวิทยาลัยนครราชสีมาแต่อย่างใด และกองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและตรวจประเมินบทความเพื่อตีพิมพ์ในวารสารของวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์