องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ความฉลาดทางสังคมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา

Main Article Content

พลพีระ วงศ์พรประทีป
กิตติชัย สุธาสิโนบล
ศุภวรรณ สัจจพิบูล

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ความฉลาดทางสังคมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา 2) ประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและตัวบ่งชี้ความฉลาดทางสังคมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยใช้การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญในการให้การสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 8 ท่านโดยใช้การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ และผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและตัวบ่งชี้ความฉลาดทางสังคมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 5 ท่าน โดยเลือกแบบเจาะจง ใช้การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และแบบประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและตัวบ่งชี้ความฉลาดทางสังคมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา สถิติเชิงบรรยายในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


          ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ความฉลาดทางสังคมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบหลัก 6 องค์ประกอบย่อย 7 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ 1. ความตระหนักรู้ทางสังคม ประกอบด้วย ความตระหนักรู้ในตนเอง มี 2 ตัวบ่งชี้ การรับรู้เข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่น มี 1 ตัวบ่งชี้ และความตระหนักในคุณค่าจริยธรรมสากล มี 1 ตัวบ่งชี้ 2. การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ประกอบด้วย ความสามารถในการกำกับตนเอง มี 1 ตัวบ่งชี้ ความสามารถในการเข้าร่วมและคำนึงถึงบุคคลอื่น มี 1 ตัวบ่งชี้ และความสามารถในการนำกลุ่มบุคคล มี 1 ตัวบ่งชี้ 2) ความเหมาะสมขององค์ประกอบและตัวบ่งชี้ความฉลาดทางสังคมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.94 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.12 และองค์ประกอบมีความเหมาะสมโดยมีค่าสูงกว่าเกณฑ์การประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและตัวบ่งชี้ที่กำหนดไว้ที่ระดับ 3.50 ขึ้นไป 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วงศ์พรประทีป พ., สุธาสิโนบล ก., & สัจจพิบูล ศ. (2026). องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ความฉลาดทางสังคมของผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ, 8(2), 201–214. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/art/article/view/297069
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กมล รอดคล้าย. (2568, 4 กรกฎาคม). การศึกษาเพื่อการขับเคลื่อนทางสังคมอย่างยั่งยืนของแต่ละประเทศ. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 10. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

กรมสุขภาพจิต สำนักความรอบรู้สุขภาพจิต. (2567). คู่มือแนวทางเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต. บริษัท บียอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด.

คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2566, 12 ตุลาคม). การข่มเหงรังแกทางโลกไซเบอร์-Cyberbullying. https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/cyberbullying/

พร้อมพิไล บัวสุวรรณ. (2566). ทักษะที่จำเป็นต่อชีวิตสำหรับผู้เรียนในโลกยุคใหม่. วิช กรุ๊ป.

พัชราภา ตันติชูเวช. (2566). เจเนอเรชันแอลฟา : เจเนอเรชันใหม่ในสังคมไทยศตวรรษที่ 21 (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภานุวัฒน์ ปานเกตุ. (2568, 8 กันยายน). ถึงเวลาหยุด “ล้อเลียน” พบเด็กไทย 1 ใน 4 คิดทำร้ายตัวเอง”. Thai PBS The ACTIVE. https://theactive.thaipbs.or.th/news/public- health-20250908

มาเรียม นิลพันธุ์. (2555). การประเมินหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการนิเทศ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 4(2), 25-40.

ศิริมา ทองสว่าง. (2567). สังคมและวัฒนธรรมปริทัศน์ประเด็นร่วมสมัย. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม. (2564, 21 เมษายน). SDGs คืออะไร มารู้จัก 5 เป้าหมายแรกจากมิติสังคม. สอวช. https://www.nxpo.or.th/th/8081/

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2566). การศึกษาแนวทางการพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะสูงและมีทักษะยุคหลังโควิด-19 (Post-Covid Skills). บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2565/E/258/T_0001.PDF

ไหมไทย ไชยพันธุ์. (2562). การพัฒนาพฤติกรรมมนุษย์. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อัชรา เอิบสุขศิริ. (2568). จิตวิทยาสำหรับครู (พิมพ์ครั้งที่ 8). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Albrecht, K. (2006). Social intelligence: The new science of success. Jossey-Bass.

Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Prentice-Hall

Erikson, E. H. (1963). Childhood and society (2nd ed.). W. W. Norton & Company.

Fitzgerald, J. (2025, June 24). Why soft skills still matter in the age of AI. Harvard Business School. https://www.library.hbs.edu/working-knowledge/why-soft-skills-still-matter-in-the-age-of-ai.

Gardner, H. (2011). Frames of mind: The theory of multiple intelligences. Basic Books.

Goleman, D. (2006). Social intelligence: The new science of human relationships. Random House.

Meijs, N., Cillessen, A. H. N., Scholte, R. H. J., Segers, E., & Spijkerman, R. (2010). Social Intelligence and Academic Achievement as Predictors of Adolescent Popularity. Journal of Youth and Adolescence, 39(1), 62–72.

https://doi.org/10.1007/s10964-008-9373-9

Niemi, K. (2020, December 15). Niemi: CASEL is updating the most widely recognized definition of social-emotional learning. Here’s why. The74. https://www.the74million.org/article/niemi-casel-is-updating-the-most-widely

recognized-definition-of-social-emotional-learning-heres-why/Okoronkwo, V. (2024, November 6). Soft skills statistics: Key data on demand, training, and impact in 2025. Passive Secrets. https://passivesecrets.com/soft-skills-statistics/

Slavin, R.E. (2006). Educational psychology: Theory and practice (8th ed.). Pearson Education.

Thorndike, E. L. (1920). Intelligence and its uses. Harper's Magazine, 140, 227-235.

Weis, S., & Süß, H.-M. (2007). Reviving the search for social intelligence: A multitrait-multimethod study of its structure and construct validity. Personality and Individual Differences, 42(1), 3–14. https://doi.org/10.1016/j.paid.2006.04.027