กิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อพัฒนาภูมิรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาขนมตระกูลทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อพัฒนาภูมิรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมขนมตระกูลทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) เปรียบเทียบผลของกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่มีต่อการพัฒนาภูมิรู้เกี่ยวกับมรดกภูมิปัญญาขนมตระกูลทองของนักศึกษาก่อนและหลังการจัดกิจกรรม และ 3) วิเคราะห์ผลของกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ต่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาขนมตระกูลทอง ของนักศึกษา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของ Kolb เป็นกรอบแนวคิดวิจัย กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาไทยเพื่อนวัตกรรมการสื่อสารและอาชีพ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบทดสอบก่อนและหลังกิจกรรมฯ แบบประเมิน
ความพึงพอใจ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบทีแบบไม่อิสระ
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพในการพัฒนาภูมิรู้เกี่ยวกับขนมตระกูลทอง 2) คะแนนเฉลี่ยของนักศึกษาหลังเข้าร่วมกิจกรรมสูงกว่า
ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมสามารถพัฒนาความรู้เกี่ยวกับขนมตระกูลทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3) นักศึกษามีทัศนคติที่ดีมากขึ้นต่อ
ขนมตระกูลทองและเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ โดยสะท้อนผ่านแบบประเมินความพึงพอใจและการสัมภาษณ์เชิงลึก ซึ่งระบุว่านักศึกษาส่วนใหญ่ตระหนักถึงคุณค่าของขนมไทยและต้องการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขนมตระกูลทองสู่สังคม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงวัฒนธรรม. (2556). ท้าวทองกีบม้าเจ้าตำรับขนมไทย. สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ.
ณปภัช ลิ้มพงศ์ธร. (2559). การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อเสริมสร้างทักษะการทำขนมไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วารสารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด, 8(1), 231-240. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/AJMBU/article/view/194963/135562
ต้องชนะ หมั่นบรรจง, ประภาพร คงวัดใหม่ และเกษศิรินทร์ สุวรรณรุ่งโรจน์. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของนักศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย. Journal of Roi Kaensarn Academi,7(4), 60-81. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/253176
พิเชษฐ เนตรสว่าง และฉัตรชัย นิยะบุญ (2565). การสืบทอดภูมิปัญญาในการทำขนมไทย (ทองหยอด ฝอยทอง และเม็ดขนุน) เพื่อพัฒนาเป็นธุรกิจของกลุ่มแม่บ้าน ชุมชนบ้านจีน ตำบลวัดยม อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการอยุธยาศึกษา, 14(1), 87-101. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jas/article/view/250065/171863
ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. ราชบัณฑิตยสถาน.
สุทธาภา มาประกอบ, ณัฐเชษฐ์ พูลเจริญ และอัจฉรา ศรีพันธ์. (2567). การจัดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้ประกอบการดิจิทัลโดยทุนทางวัฒนธรรมเมืองลับแลของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์, 9(4), 111–119. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jmbr/article/view/267549
สุวรรณา เขียวภักดี และชัยณรงค์ ศรีรักษ์. (2564). กลยุทธุ์การจัดการภูมิปัญญาขนมไทยในบริบทการส่งเสริม
และพัฒนาสู่ชุมชนการท่องเที่ยว กรณีศึกษาชุมชนบ้านท่าคอย จังหวัดสุพรรณบุรี ประเทศไทย. วารสารศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 8(2), 90-100. https://kuojs.lib.ku.ac.th/index.php/jfam/article/view/4770/2266
Dewey, J. (1933). How we think: a restatement of the relation of reflective thinking and the educational process. D. C Heath & Co Publishers.
Kolb, D. A. (2005). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall, Inc.