การศึกษาระดับการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพของบุคลากร สายสนับสนุน ในกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

Main Article Content

ธัญญารัตน์ สาริกา
กุสุมา แย้มเกตุ
จตุพล ยงศร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพของบุคลากรสายสนับสนุนในกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล โดยใช้การวิจัยแบบผสานวิธี เริ่มจาก
การสัมภาษณ์ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ทั้ง 9 แห่ง จำนวน 9 คน เพื่อนำผลที่ได้ไปใช้ในการสร้างแบบสอบถาม และเก็บข้อมูลจากบุคลากรสายสนับสนุนจำนวน 377 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็น (PNIModified)


ผลการวิจัยเชิงคุณภาพพบว่า ผู้บริหารมีมุมมองว่าบุคลากรสายสนับสนุนยังมีข้อจำกัด
ในการเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์การทำงานจริง การตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อนและ
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า บุคลากรสายสนับสนุนประเมินระดับการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพของตนเองในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งในสภาพปัจจุบันและสภาพความคาดหวัง เมื่อพิจารณาภาพรวมค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNIModified) = 0.03
โดยด้านการเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์จริงมีค่าความต้องการจำเป็นสูงที่สุด รองลงมาคือด้าน
การตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน และด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ตามลำดับ ผลการวิจัยสะท้อนว่า แม้บุคลากรสายสนับสนุนจะมีการรับรู้สมรรถนะของตนเองอยู่ในระดับมาก แต่ยังคงมีช่องว่างเชิงคุณภาพในบางองค์ประกอบที่จำเป็นต้องได้รับการเสริมสร้าง โดยเฉพาะสมรรถนะเชิงปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในบริบทที่มีความซับซ้อน งานวิจัยนี้จึงเสนอแนวทางการพัฒนาบุคลากร
สายสนับสนุนที่มุ่งเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงและการสนับสนุนเชิงระบบจากองค์กร
เพื่อเสริมสร้างการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพของบุคลากรสายสนับสนุน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สาริกา ธ. ., แย้มเกตุ ก. ., & ยงศร จ. . (2026). การศึกษาระดับการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพของบุคลากร สายสนับสนุน ในกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล. วารสารศิลปศาสตร์ราชมงคลสุวรรณภูมิ, 8(1), 240–253. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/art/article/view/295170
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

นิตยา จิตรคำ. (2567). การประเมินความต้องการจำเป็นแบบสมบูรณ์เพื่อพัฒนาสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 16(1), 107-118. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/270515/182492.

ภาณุวัฒน์ ทวีกุล และคณะ. (2568). แนวทางการพัฒนาศักยภาพตามสมรรถนะของบุคลากรสายสนับสนุน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา. วารสาร Mahidol R2R e-Journal, 12(1),157-171. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/mur2r/article/view/260529/ 186856.

มณีรัตน์ ชัยยะ และเพ็ญศรี ฉิรินัง. (2566). การบริหารทรัพยากรมนุษย์ภายใต้การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล (Digital HR). วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 11(1), 104-115.

https://so02.tci-thaijo.org/index.php/RCIM/article/view/260860/175787.

วสุธิดา นักเกษม และปฐมพงษ์ บำเริบ. (2566). การจัดการสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนในมหาวิทยาลัยของรัฐเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 7(2), 657-676. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jeir/article/view/259324/178743.

สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2567). แนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ พ.ศ. 2566–2570. สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. https://dwr.go.th/uploads/file/person/2024/Article-240430135607-axSa.pdf.

อารีรัตน์ สายทอง. (2564). การพัฒนาบุคลากรสายสนับสนุนของคณะศึกษาศาสตร์ กับการส่งเสริมการกำหนดระดับตำแหน่งบุคลากรสายสนับสนุนให้สูงขึ้นของมหาวิทยาลัยศิลปากร. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 19(2), 162-177. https://so02.tci-thaijo.org/index. php/suedujournal/article/view/242022/171359.

Benner, P. (1984). From novice to expert: Excellence and power in clinical nursing practice. Addison-Wesley.

Boyatzis, R. E., & Ratti, F. (2009). Emotional, social and cognitive intelligence competencies distinguishing effective Italian managers and leaders in a private company and cooperatives. Journal of Management Development, 28(9), 821–838. https://doi.org/10.1108/02621710910987674.

Dreyfus H. L., & Dreyfus S. E. (1986). Mind over machine: The power of human intuition and expertise in the era of the computer. Free Press.

Eraut, M. (2004). Informal learning in the workplace. Studies in Continuing Education, 26(2), 247–273. https://doi.org/10.1080/158037042000225245.

Ericsson, K. A. (2006). An introduction to The Cambridge handbook of expertise and expert performance: Its development, organization, and content. In K. A. Ericsson, N. Charness, P. J. Feltovich, & R. R. Hoffman (Eds.), The Cambridge handbook of expertise and expert performance (pp. 3–20). Cambridge University Press.

Lucia A. D., & Lepsinger R. (1999). The art and science of competency models. Jossey-Bass.

Marrero-Sánchez, O., & Vergara-Romero, A. (2023). Digital competence of the university student: A systematic and bibliographic update. Amazonia Investiga, 12(67), 9–18. https://doi.org/10.34069/AI/2023.67.07.1.

McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for "intelligence." American Psychologist, 28(1), 1-14. https://doi.org/10.1037/h0034092.

McClelland, D. C. (1998). Identifying competencies with behavioral-event interviews. Psychological Science, 9(5), 331-339. https://doi.org/10.1111/1467-9280.00065.

Mulder, M. (2014). Conceptions of professional competence. In S. Billett, C. Harteis, & H. Gruber (Eds.), International handbook of research in professional and practice-based learning (pp. 107–137). Springer.

Spencer L. M., & Spencer S. M. (1993). Competence at work: Models for superior performance. Wiley.