การศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเสี่ยง ในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเทียนดัด ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
ที่มา: มะเร็งปากมดลูกเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของสตรีไทย อย่างไรก็ตามอัตราการเข้ารับการตรวจคัดกรองยังอยู่ในระดับต่ำ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพ ความตั้งใจและการเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเสี่ยง
วิธีการศึกษา: การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลอง ดำเนินการระหว่างเดือนมกราคม–เมษายน พ.ศ. 2568 ในพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเทียนดัด จังหวัดนครปฐม กลุ่มตัวอย่างเป็นสตรีอายุ 30–60 ปี ที่ไม่เคยตรวจหรือไม่ได้ตรวจคัดกรองภายใน 5 ปี จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบค่าทีแบบอิสระ การทดสอบค่าทีแบบจับคู่ และการทดสอบไคสแควร์
ผลการศึกษา: หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนการรับรู้ความเชื่อด้านสุขภาพสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีการรับรู้โอกาสเสี่ยงและความรุนแรงของโรคสูงกว่ากลุ่มควบคุม ขณะที่การรับรู้อุปสรรคต่อการตรวจคัดกรองต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.050) นอกจากนี้ กลุ่มทดลองมีความตั้งใจในการตรวจคัดกรองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) และมีอัตราการเข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสูงกว่ากลุ่มควบคุม (p = 0.010)
สรุป: โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสามารถเพิ่มการรับรู้ลดอุปสรรคและส่งเสริมการเข้ารับการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิผลจึงควรส่งเสริมการประยุกต์ใช้โปรแกรมดังกล่าวในหน่วยบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ
คำสำคัญ: มะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรอง ความเชื่อด้านสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร PCFM ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร PCFM ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร PCFM หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสาร PCFM ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Cervical cancer [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2023 [cited 2026 Jun 24]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cervical-cancer.
International Agency for Research on Cancer. Global Cancer Observatory [Internet]. Lyon (FR): IARC; 2023 [cited 2023 Mar 15]. Available from: https://gco.iarc.fr
World Health Organization. Global strategy to accelerate the elimination of cervical cancer as a public health problem. Geneva: World Health Organization; 2020.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. มะเร็งในประเทศไทย เล่มที่ 10. กรุงเทพมหานคร: สถาบันมะเร็งแห่งชาติ; 2564.
กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกระดับประเทศ. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
Bruni L, Albero G, Serrano B, Mena M, Collado JJ, Gómez D, et al. ICO/IARC Information Centre on HPV and Cancer (HPV Information Centre). Human Papillomavirus and Related Diseases in the World. Summary Report. Barcelona: ICO/IARC; 2023
Rosenstock IM. Historical origins of the Health Belief Model. Health Educ Monogr. 1974;2:328-35.
ภูนรินทร์ สีกุด, มะลิวัลย์ บางนิ่มน้อย, ซาลินี มานะยิ่ง. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรีกลุ่มเสี่ยง ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 2564;36:37-47.
Klein SB. Learning: Principles and Applications. 6th ed. New York: McGraw-Hill; 2012.
Glanz K, Rimer BK, Viswanath K. Health Behavior: Theory, Research, and Practice. 5th ed. San Francisco: Jossey-Bass; 2015.
นิภาพร พอใจ. ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเสี่ยง ในเขตสถานีอนามัยตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา; 2552.
Thahirabanuibrahim, Logaraj M. The effect of the health belief model education for cervical cancer prevention, screening promotion among rural women in Chengalpattu district, Tamil Nadu (HBMECC). J Educ Health Promot. 2023;12:166. PubMed PMID: 37404911
เสาวราภรณ์ แฝงสะโด. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกของสตรีกลุ่มเสี่ยงที่มารับบริการในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567; 5:370-81.
Champion VL, Skinner CS. The health belief model. In: Glanz K, Rimer BK, Viswanath K, editors. Health Behavior and Health Education: Theory, Research, and Practice. 4th ed. San Francisco: Jossey-Bass; 2008. p. 45-65.
Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York, NY: W.H. Freeman; 1997.
Jones CL, Jensen JD, Scherr CL, Brown NR, Christy K, Weaver J. The health belief model as an explanatory framework in communication research: Exploring parallel, serial, and moderated mediation. Health Commun. 2015;30:566-76.