ประสิทธิผลของการปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในการให้บริการการรักษาโรคสู่ระยะสงบในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ภายใต้ หน่วยบริการปฐมภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ที่มา: โรคเบาหวานชนิด 2 เป็นปัญหาสำคัญที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวดเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดภาวะแทรกซ้อน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของการปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2
แบบวิจัย: การศึกษาเชิงสังเกตติดตามกลุ่มย้อนหลัง
วัสดุและวิธีการ: เก็บรวบรวมข้อมูลผู้ป่วยเบาหวานระหว่าง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวดและกลุ่มที่ได้รับการดูแลตามมาตรฐาน โดยมีผลลัพธ์หลักคือการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลสะสมก่อนและหลังการปรับพฤติกรรม
ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่าง 480 คน แบ่งเป็นกลุ่มปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวด 96 คน และกลุ่มเปรียบเทียบ 384 คน กลุ่มปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวดมีสัดส่วนผู้สูงอายุ (≥ 60 ปี) ต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ (ร้อยละ 51 และ 59.1; p = 0.024) และทั้งสองกลุ่มมีเพศหญิงเป็นส่วนใหญ่ (ร้อยละ 69.8 และ 68.0) กลุ่มที่ได้รับการปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวดมีการลดลงของระดับน้ำตาลสะสมมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ −6.6; 95%CI −10.8 ถึง −2.5; p = 0.001)
สรุป: การปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวดในหน่วยบริการปฐมภูมิมีประสิทธิผลในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยเบาหวานในชุมชนอย่างยั่งยืน
คำสำคัญ: การปรับพฤติกรรมอย่างเข้มงวด เบาหวานชนิดที่ 2 หน่วยบริการปฐมภูมิ การจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร PCFM ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร PCFM ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร PCFM หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสาร PCFM ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Diabetes [Internet]. Geneva: World Health Organization; [cited 2024 Sep 9]. Available from: https://www.who.int/health-topics/diabetes
วิขัย เอกพลากร, บรรณาธิการ, รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 9 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก : https://www.rama.mahidol.ac.th/commed/th/news/announcement/11062021-1038-th
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน 2566 [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 2024 Nov 22]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dmthai.org/new/index.php/sara-khwam-ru/bukhlakr-thangkar-phaethy/cpg/naewthang-wech-ptibati-sahrab-rokh-bea-hwan-2567
Batalha APDB, Ponciano IC, Chaves G, Felício DC, Britto RR, da Silva LP. Behavior change interventions in patients with type 2 diabetes: a systematic review of the effects on self-management and A1c. J Diabetes Metab Disord. 2021;20:1815-36.
Wolever RQ, Dreusicke M, Fikkan J, Hawkins TV, Yeung S, Wakefield J, et al. Integrative health coaching for patients with type 2 diabetes: a randomized clinical trial. Diabetes Educ. 2010;36:629-39.
Rygg LØ, Rise MB, Grønning K, Steinsbekk A. Efficacy of ongoing group based diabetes self-management education for patients with type 2 diabetes mellitus. A randomised controlled trial. Patient Educ Couns. 2012;86:98-105.
Arora S, Peters AL, Burner E, Lam CN, Menchine M. Trial to examine text message-based mHealth in Emergency Department Patients with diabetes (TExT-MED): a randomized controlled trial. Ann Emerg Med. 2014;63:745-54.e6.
McEwen MM, Pasvogel A, Murdaugh C, Hepworth J. Effects of a family-based diabetes intervention on behavioral and biological outcomes for Mexican American adults. Diabetes Educ. 2017;43:272-85.
Crasto W, Jarvis J, Khunti K, Skinner TC, Gray LJ, Brela J, et al. Multifactorial intervention in individuals with type 2 diabetes and microalbuminuria: The Microalbuminuria Education and Medication Optimisation (MEMO) study. Diabetes Res Clin Pract. 2011;93:328-36.
Levin SR, Coburn JW, Abraira C, Henderson WG, Colwell JA, Emanuele NV, et al. Effect of intensive glycemic control on microalbuminuria in type 2 diabetes. Veterans affairs cooperative study on glycemic control and complications in type 2 diabetes feasibility trial investigators. Diabetes Care. 2000;23:1478-85.
Yokoyama H, Araki S ichi, Honjo J, Okizaki S, Yamada D, Shudo R, et al. Association between remission of macroalbuminuria and preservation of renal function in patients with type 2 diabetes with overt proteinuria. Diabetes Care. 2013;36:3227-33.
พิชิต สุขสบาย. ประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบด้วย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มงวด จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11. 2567;38:27-43.
สมเพ็ชร ขัดทะเสมา, ณัฏฐ์ฐภรณ์ ปัญจขันธ์.ประสิทธิผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าสู่เบาหวานระยะสงบ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง หน่วยงานคลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลเกาะคา. วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ. 2024;11:116-33.
Riddle MC, Cefalu WT, Evans PH, Gerstein HC, Nauck MA, Oh WK, et al. Consensus report: definition and interpretation of remission in type 2 diabetes. Diabetes Care. 2021;44:2438-44.
Bradley MD, Arnold ME, Biskup BG, Campbell TM II, Fuhrman J, Guthrie GE, et al. Medication deprescribing among patients with type 2 diabetes: a qualitative case series of lifestyle medicine practitioner protocols. Clin Diabetes. 2022;41:163-76.
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านเวชภัณฑ์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานการดูแลผู้เป็นเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (Remission service) [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 23 ธันวาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://dmsic.moph.go.th/index/detail/9390
Iwagami M, Shinozaki T. Introduction to Matching in case-control and cohort studies. Ann Clin Epidemiol. 2022;4:33-40.