ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการไม่รายงานปัญหากลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ในผู้ป่วยหญิงโรคเบาหวานชนิดที่ 2

Main Article Content

นภัสวรรณ เนตินิยม
ศ.เกียรติคุณ สุวรรณี สุรเศรณีวงศ์
ดร.เกียรติยศ กุลเดชชัยชาญ
วิตติกา ฐานไชยยิ่ง
มณีญาณ์ พงษ์ขวัญ

บทคัดย่อ

ที่มา: ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยหญิงโรคเบาหวาน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต แต่ภาวะดังกล่าวมักไม่ได้รับการรายงาน โดยเฉพาะในบริบทบริการสุขภาพของประเทศไทยที่มีผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจำนวนมาก และมีข้อจำกัดด้านเวลาในการตรวจรักษา อาจทำให้การรายงานอาการไม่ครอบคลุม การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความชุกของการไม่รายงานอาการและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง


แบบวิจัย: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง


วัสดุและวิธีการ: ศึกษาในผู้ป่วยหญิงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จำนวน 179 ราย ระหว่างเดือนมกราคม -กรกฎาคม พ.ศ. 2568 เก็บข้อมูลโดยแบบสอบถามครอบคลุมปัจจัยเชิงประชากร ปัจจัยอุปสรรคต่อการรายงาน และปัจจัยด้านสุขภาพ ประเมินด้วยแบบสอบถาม UDI-6 และ IIQ-7 ฉบับภาษาไทย รายงานผลเป็น crude OR, adjusted OR กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05


ผลการศึกษา: ความชุกของการไม่รายงานอาการ เท่ากับร้อยละ 76.0 ปัจจัยเพิ่มโอกาสไม่รายงานอาการ ได้แก่ การใช้ยาหลายชนิด (OR 17.19; 95% CI 2.74-108.01) รายได้ต่ำ (OR 12.29; 95% CI 1.19-126.97) ขณะที่ปัจจัยลดโอกาสการไม่รายงาน ได้แก่ การรักษาโดยแพทย์ทางเลือก (OR 0.13; 95% CI 0.02-0.76) ความรุนแรงของอาการ (OR 0.95; 95% CI 0.90-0.99) ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต (OR 0.77; 95% CI 0.77-0.91)


สรุป: ความชุกของการไม่รายงานอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในผู้ป่วยหญิงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เท่ากับร้อยละ 76 ปัจจัยที่สัมพันธ์ อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ การใช้ยาหลายชนิด รายได้ต่ำ การรักษาโดยแพทย์ทางเลือก ความรุนแรงและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต


คำสำคัญ: ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เบาหวานชนิดที่ 2 การไม่รายงานอาการ คุณภาพชีวิต

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
เนตินิยม น, สุรเศรณีวงศ์ ส, กุลเดชชัยชาญ เ, ฐานไชยยิ่ง ว, พงษ์ขวัญ ม. ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์กับการไม่รายงานปัญหากลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ในผู้ป่วยหญิงโรคเบาหวานชนิดที่ 2. PCFM [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 14 กันยายน 2026];9(4). available at: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/PCFM/article/view/294142
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ
ประวัติผู้แต่ง

นภัสวรรณ เนตินิยม, การศึกษาหลังปริญญา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ชื่อ-นามสกุล นางสาวนภัสวรรณ เนตินิยม
วันเดือนปีเกิด 2 มีนาคม 2541 อายุ 27 ปี สัญชาติ ไทย
ที่อยู่ปัจจุบัน 88/2 หมู่ 2 ตำบล บ้านหาด อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี 76150
เบอร์โทรศัพท์ 0928812244

ประวัติการศึกษา
ปริญญาตรี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โครงการผลิตแพทย์เพื่อชาวชนบท
มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก รพ.ราชบุรี
มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี
มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จังหวัดเพชรบุรี

ประสบการณ์ด้านวิชาการ และรางวัลที่เคยได้รับ
ปี 2562 ฝ่ายวิชาการของศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก โรงพยาบาล.ราชบุรี
ปี 2561 โครงงานวิจัยเรื่อง “เหตุผลที่ฉัน (ไม่) เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล”
ได้รับคัดเลือกในนำเสนอผลงาน ต่อคณาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกัน
คณะแพทยศาตร์ศิริราชพยาบาล ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์ ม.มหิดล
ปี 2558 ได้รับคัดเลือกเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ สาขาชีววิทยา ม.ศิลปากร จ.นครปฐม
ปี 2557 ได้รับคัดเลือกเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ สาขาชีววิทยา จ.กาญจนบุรี
ปี 2556 วิทยากรสอนชีววิทยา เพื่อนเตรียมสอบเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ

ความสนใจ การดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน เวชศาสตร์ครอบครัว

ศ.เกียรติคุณ สุวรรณี สุรเศรณีวงศ์, งานการศึกษาระดับหลังปริญญา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ชื่อ-นามสกุล แพทย์หญิงสุวรรณี สุรเศรณีวงศ์
ตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์
ที่ทำงาน สาขาวิชาเวชศาสตร์ครอบครัว งานการศึกษาหลังปริญญา คณะแพทยศาสตร์ศิริราช
พยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เลขที่ 2 ถนนวังหลัง แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพฯ 10700
เบอร์โทรศัพท์ 081-408-7655
Email suwannee.sur@mahidol.ac.th
คุณวุฒิ 
พ.บ. แพทยศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1)
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล 2522
วว. วุฒิบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบ
วิชาชีพเวชกรรม สาขาวิสัญญีวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ศิริราช
พยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 2528
Clinical Fellow in Anesthesia and Intensive care Esbjerg Central Hospital,
Denmark 2533
Clinical Fellow in Pediatric Anesthesia Royal Children Hospital,
Melbourne, Australia 2538
Clinical Fellow in Cardiovascular Thoracic
Anesthesia
St.Vincent’s Hospital,
Sydney, Australia 2538
วท.ม. ระบาดวิทยาทางคลินิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2542
อว. อนุมัติบัตรเพื่อแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบ
วิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
ราชวิทยาลัยเวชศาสตร์
ครอบครัวแห่งประเทศไทย 2562
งานบริหาร
1. ประธานคณะกรรมการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน ภาควิชาวิสัญญีวิทยา พ.ศ. 2546-2553
2. อนุกรรมการฝึกอบรมและสอบเพื่อวุฒิบัตรสาขาวิสัญญีวิทยา พ.ศ. 2546-2558
3. ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ พ.ศ. 2545-2548
4. ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายการศึกษาหลังปริญญา พ.ศ. 2548-2553
5. ประธานกรรมการวิชาการ ราชวิทยาลัยวิสัญญีแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551-2552
6. ประธานศูนย์ปฏิบัติการฝึกทักษะระบบจำลอง ศิริราช พ.ศ. 2558-2564
7. รองคณบดีฝ่ายการศึกษาหลังปริญญา พ.ศ. 2554-2558
8. รองคณบดีและผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์ศิริราช พ.ศ. 2556-2564
9. ประธานคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบเพื่อวุฒิบัตรแพทย์ประจำบ้านต่อยอด สาขาวิสัญญีวิทยาสำหรับเด็ก พ.ศ.
2556-2558
10. ประธานคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบวุฒิบัตรแพทย์ประจำบ้าน สาขาวิสัญญีวิทยา พ.ศ. 2558 -2560
11. อนุกรรมการกลางฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทาง แพทยสภา พ.ศ. 2560 – ปัจจุบัน
12. รองประธานราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย พ.ศ.2561-2562
13. ประธานชมรมการสอนในสถานการณ์เสมือนจริงทางการแพทย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2560-2565
14. ประธานราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2563-2564
15. ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พ.ศ.2564 – ปัจจุบัน
รางวัล
พ.ศ. 2546 3rd Prize Research Winner from RCAT
พ.ศ. 2547 1st Prize Research Winner from RCAT
พ.ศ. 2552 Research Winner Prize (Good) from National Research Consortion of Thailand
พ.ศ. 2565 ครูแพทย์แห่งชาติจาก กสพท.
ตำรา

11 Chapter in Textbook of Pediatric Anesthesia in Thai language
ความสนใจ
Pediatric Anesthesia and Pain management, Medical education, Non technical skills, Simulation, Family medicine

ดร.เกียรติยศ กุลเดชชัยชาญ, ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล

ชื่อ-นามสกุล นายเกียรติยศ กุลเดชชัยชาญ
ตำแหน่งทางวิชาการ ผู้ช่วยอาจารย์
ที่ทำงาน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์สุขภาพ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
เบอร์โทรศัพท์ 062-992-8929
Email Kaittiyos6637@gmail.com, Kaittiyos.kul@mahidol.ac.th
คุณวุฒิ
ค.บ. ครุศาสตรบัณฑิต
(การสอนมัธยมศึกษา วิทยาศาสตร์ทั่วไป-ชีววิทยา)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2546
ค.ม. ครุศาสตรมหาบัณฑิต
(การศึกษานอกระบบโรงเรียน)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2548
ค.ด. ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต
(วิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2555

วิตติกา ฐานไชยยิ่ง, หน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ชื่อ-นามสกุล นางสาววิตติกา ฐานไชยยิ่ง
ตำแหน่งทางวิชาการที่ทำงาน พยาบาลวิชาชีพ
ภูมิลำเนา จังหวัดร้อยเอ็ด
ที่อยู่ปัจจุบัน 9/328 หมู่บ้านลุมพินีทาววิลล์ ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า ต.บางขนุน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130
สถานที่ทำงาน หน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
501 ถนน สมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร 10700
เบอร์โทรศัพท์ 098-5729205
Email Naki1636@gmail.com
Wittika.tan@mahodol.ac.th
คุณวุฒิ
ประถมศึกษา รร.เมืองโพธิ์ชัย จังหวัด
ร้อยเอ็ด 2549
มัธยมศึกษาตอนต้น รร.ร่องคำ จังหวัด
กาฬสินธุ์ 2552
มัธยมศึกษาตอนปลาย รร.ร้อยเอ็ดวิทยาลัย
จังหวัดร้อยเอ็ด 2555
พย.บ. พยาบาลศาสตร์บัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 2559
หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ให้ความรู้เบาหวาน คณะแพทยศาสตร์ศิริราช
พยาบาล (Certified Diabetes Educator Program, Faculty of Medicine
Siriraj Hospital)
มหาวิทยาลัยมหิดล 2565

มณีญาณ์ พงษ์ขวัญ, ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

ชื่อ มณีญาณ์ พงษ์ขวัญ

การศึกษา
2018 เกียรตินิยมอันดับสอง แพทยศาสตรบัณฑิต
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล
2023 ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง (วิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก)
มหาวิทยาลัยมหิดล
2024 วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
มหาวิทยาลัยมหิดล

ข้อมูลติดต่อ
กลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ
ชั้น 1 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
888 หมู่ 6 ถ.บรมราชชนนี
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล
จังหวัดนครปฐม 73170
อีเมล: maneeya22@gmail.com
อีเมลที่ทำงาน: maneeya.pon@mahidol.edu
โทรศัพท์: 091 795 1519

ใบประกาศนียบัตร และใบอนุญาต
2017 การจัดการภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมเชิงปฏิบัติ
2018 ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทย (เลขที่ 58267)
2019
Siriraj Medicine Consensus & Controversies in Medicine
ณ โรงพยาบาลศิริราช
ความรู้ทางระบบประสาทสำหรับแพทย์ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท
ณ สถาบันประสาทวิทยา
2023 การดูแลผู้ป่วยเบาหวานแบบองค์รวมและการอัปเดตแนวทางการรักษา
ณ โรงพยาบาลศิริราช
2024 การฝังเข็มและการรมยา สำหรับแพทย์
ณ กรมแพทย์ทหารบก

 

เอกสารอ้างอิง

Haylen BT, de Ridder D, Freeman RM, Swift SE, Berghmans B, Lee J, et al. An International Urogynecological Association (IUGA)/International Continence Society (ICS) joint report on the terminology for female pelvic floor dysfunction. Int Urogynecol J. 2010;21:5-26.

Markland AD, Richter HE, Fwu CW, Eggers P, Kusek JW. Prevalence and trends of urinary incontinence in adults in the United States, 2001 to 2008. J Urol. 2011;186:589-93.

World Health Organization. Evidence profile: urinary incontinence – Integrated care for older people (ICOPE) [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2017 [cited 2025 Aug 7]. Available from: https://www.who.int/publications/i/item/WHO-MCA-17.06.08

International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas -10th edition [Internet]. 2021 [cited 2024 Aug 31]. Available from: www.diabetesatlas.org.

Nathan DM. Long-term complications of diabetes mellitus. N Engl J Med. 1993;328:1676-85.

Phelan S, Kanaya AM, Subak LL, Hogan PE, Espeland MA, Wing RR, et al. Prevalence and risk factors for urinary incontinence in overweight and obese diabetic women: Action for Health in Diabetes (Look AHEAD) study. Diabetes Care. 2009;32:1391-7.

Bani-issa W, Fakhry R, Al Momani F. Urinary incontinence in Emirati women with diabetes mellitus type 2: prevalence, risk factors and impact on life. J Clin Nurs. 2013;22:3084-94.

Danforth KN, Townsend MK, Curhan GC, Resnick NM, Grodstein F. Type 2 diabetes mellitus and risk of stress, urge and mixed urinary incontinence. J Urol. 2009;181:193-7.

Izci Y, Topsever P, Filiz TM, Cinar ND, Uludağ C, Lagro-Janssen T. The association between diabetes mellitus and urinary incontinence in adult women. Int Urogynecol J Pelvic Floor Dysfunct. 2009;20: 947-52.

Jiang C, Xu M, Zhang L, Yang C, Liang C. Quality of life, disease recognition and care-seeking intention in women with urinary incontinence: an observational study in China. Int J Clin Exp Med. 2016;9:4380-7.

Schreiber Pedersen L, Lose G, Høybye MT, Jürgensen M, Waldmann A, Rudnicki M. Predictors and reasons for help-seeking behavior among women with urinary incontinence. Int Urogynecol J. 2018;29:521-30.

Rashidi Fakari F, Hajian S, Darvish S, Alavi Majd H. Predictors of help-seeking behaviors in women with urinary incontinence: based on Iranian women’s lens. PLoS One. 2023;18:e0289785. PubMed PMID: 37540696

Sullivan R, McNicholas T, Claffey P, Kenny RA, Briggs R. Unreported urinary incontinence: population-based prevalence and factors associated with non-reporting of symptoms in community-dwelling people ≥50 years. Eur Geriatr Med. 2021;12:405-12.

Asemota O, Eldemire-Shearer D, Waldron NK, Standard-Goldson A. Prevalence of self-reported urinary incontinence in community-dwelling older adults of Westmoreland, Jamaica. MEDICC Rev. 2016;18:41-7.

Weerasopone S, Santingamkul A. Validation of the Thai version of the Incontinence Impact Questionnaire (IIQ-7) and the Urogenital Distress Inventory (UDI-6). Chulalongkorn Med J. 2023;60:397-39.

World Health O. Age-friendly PHC centres toolkit. Geneva: World Health Organization; 2008.

Skorupska K, Grzybowska ME, Kubik-Komar A, Rechberger T, Miotla P. Identification of the Urogenital Distress Inventory-6 and the Incontinence Impact Questionnaire-7 cutoff scores in urinary incontinent women. Health Qual Life Outcomes. 2021;19:87. PubMed PMID: 33726776

Peduzzi P, Concato J, Kemper E, Holford TR, Feinstein AR. A simulation study of the number of events per variable in logistic regression analysis. J Clin Epidemiol. 1996;49:1373-9.

Jiang C, Xu M, Zhang L, Yang C, Liang C. Quality of life, disease recognition and care-seeking intention in women with urinary incontinence: An observational study in China. Int J Environ Res Public health. 2016;9:4380-7.

Gasquet I, Tcherny-Lessenot S, Gaudebout P, Bosio Le Goux B, Klein P, Haab F. Influence of the severity of stress urinary incontinence on quality of life, health care seeking, and treatment: A national cross-sectional survey. Eur Urol. 2006;50:818-25.

Duralde ER, Walter LC, Van Den Eeden SK, Nakagawa S, Subak LL, Brown JS, et al. Bridging the gap: determinants of undiagnosed or untreated urinary incontinence in women. Am J Obstet Gynecol. 2016;214:266.e1-7.

Rizk DEE, Shaheen H, Thomas L, Dunn E, Hassan MY. The prevalence and determinants of health care-seeking behavior for urinary incontinence in United Arab Emirates women. Int Urogynecol J. 1999;10:160-5.

Li M, Wang H, Ko W-K, Kwong S-K. Factors associated with health-seeking for urinary incontinence in Hong Kong Chinese women: a cross-sectional study. Int Urogynecol J. 2024;35:95-101.

24. Baah-Nyarkoh E, Alhassan Y, Dwomoh AK, Kretchy IA. Medicated-related burden and adherence in patients with co-morbid type 2 diabetes mellitus and hypertension. Heliyon. 2023;9(4):e15448. doi:10.1016/j.heliyon.2023.e15448..

National Statistical Office, Ministry of Digital Economy and Society. Full report: household economic and social survey 2023 [Internet]. Bangkok: NSO; 2023 [cited 2025 Sep 2]. Available from: https://catalog.nso.go.th/

Astin JA. Why patients use alternative medicine: results of a national study. JAMA. 1998;279:1548-53.

Frawley J, Sibbritt D, Steel A, Chang S, Adams J. Complementary and conventional health-care utilization among young Australian women with urinary incontinence. Urology. 2017;99:92-9.

Wallner LP, Porten S, Meenan RT, O’Keefe Rosetti MC, Calhoun EA, Sarma AV, et al. Prevalence and severity of undiagnosed urinary incontinence in women. Am J Med. 2009;122:1037-42.

Rosenstock IM. The health belief model and preventive health behavior. Health Educ Monogr. 1974;2:354-86.

Hägglund D, Walker-Engström ML, Larsson G, Leppert J. Quality of life and seeking help in women with urinary incontinence. Acta Obstet Gynecol Scand. 2001;80:1051-5.

Minassian VA, Yan X, Lichtenfeld MJ, Sun H, Stewart WF. Predictors of care seeking in women with urinary incontinence. Neurourol Urodyn. 2012;31:470-4.