การจัดบริการคลินิกผู้สูงอายุแบบให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จโดย สหสาขาวิชาชีพ เชื่อมโยงกับชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
ประเทศไทยมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ใน ปี พ.ศ. 2573 จะผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 25 โดยกระทรวงสาธารณสุขเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มีแผนขับเคลื่อนด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่ครอบคลุม การจัดตั้งคลินิกผู้สูงอายุเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการ
คัดกรอง ดูแลสุขภาพ ตลอดจนได้รับการรักษาที่เหมาะสม โดยบทความนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานกับชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดกิจกรรมกับผู้สูงอายุ คัดกรองปัญหาในผู้สูงอายุ ส่งต่อเพื่อได้รับการประเมินและรักษาต่อในคลินิกผู้สูงอายุแบบให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จโดยสหสาขาวิชาชีพ
คำสำคัญ: คลินิกผู้สูงอายุ สหสาขาวิชาชีพ การให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร PCFM ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร PCFM ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร PCFM หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสาร PCFM ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
1. กรมกิจการผู้สูงอายุ. สถิติผู้สูงอายุ กันยายน 2569 [อิน-
เทอร์เน็ต]. 2569 [เข้าถึงเมื่อ 28 ต.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก:
https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=1&id=2614
2. สำนักอนามัยผู้สูงอายุ กรมอนามัยสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย. สรุปรายงานโครงการเสริมสร้างสมรรถนะผู้สูงวัยให้เเข็งแรง ”ป้องกันหกล้มและภาวะมวลกล้ามเนื้อ” (sarcopenia and fall prevention) [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 22 พ.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก : https://eh.anamai.moph.go.th/th/cms-of-23/219337
3. สังวาลย์ จ่างโพธิ์. การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุโดยชุมชนมีส่วนร่วม ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ. 2564;7:165-83.
4. World Health Organization. Integrated care for older people: guidelines on community-level interventions to manage declines in intrinsic capacity.Geneva, Switzerland: World Health Organization [Internet]. 2017 [cited 2025 June 26). Available form: https://www.who.int/publications/i/item/9789241550109
5. Sarakshetin A, Sriyasak A, Ketin V, Rongmuang D. A Development of Interprofessional Education Learning Model for Health Promotion among the Elderly in the Community. Journal of Health and Nursing Research. 2019;35(2)140-52.
6. วิชุดา ทัศแก้ว, ชนินทร์ เจริญกุล. การจัดบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ตามประกาศกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2554. วารสารราชพฤกษ์. 2560;15:35-43.
7. Supapon S. Integrative Continuing care beyond hospital. Journal of Primary Care and Family Medicine. 2025;8:112-3.
8. กลุ่มเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพเครือข่าย กองส่งเสริมศักยภาพผู้สูงอายุ. สังคมผู้สูงอายุในปัจจุบันและเศรษฐกิจในประเทศไทย. กรมกิจการผู้สูงอายุ [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 21 ก.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dop.go.th/th/know/15/926#
9. พรรณี พิณตานนท์, ดรุณี ทองคำฟู, ชนานันท์ ปัญญาศิลป์, สุรัสวดี เวียงสุวรรณ. การพัฒนาระบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่น : ONE STOP SERVICE โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เชียงใหม่. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา. 2558;5:75-88
10. ประเสริฐ อัสสันตชัย, วีรศักดิ์ เมืองไพศาล, อรุณี ลายธีระพงศ์, ยศกฤต หล่อชัยวัฒนา. สูงวัยสุขภาพดีสู่วิถีชีวิตบลูโซน [อินเทอร์เน็ต]. [ม.ป.ท.]: [ม.ป.พ.]; 2567 [เข้าถึงเมื่อ 26 มิ.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.mebmarket.com/?action=book_details&book_id=332271