การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่มาวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการรับบริการของผู้ป่วยเบาหวานเพื่อลดความแออัดในหน่วยบริการปฐมภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ที่มา: การจัดการเวลาในการรับบริการอย่างมีประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน อีกทั้งยังช่วยลดความแออัดในหน่วยบริการลงได้ ซึ่งการนำข้อมูลขนาดใหญ่มาใช้ในการปรับปรุงระยะเวลาในการรับบริการในหน่วยปฐมภูมิของประเทศไทยยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างเพียงพอ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประมาณระยะเวลาในการรับบริการของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โดยใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ และระบุปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการรับบริการ
รูปแบบการวิจัย: การศึกษาแบบภาคตัดขวาง
วิธีการศึกษา: ศึกษาข้อมูลจากผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับการรักษาในสถานบริการปฐมภูมิ 4 แห่งในภาคใต้ของประเทศไทย (ตุลาคม 2564 - กันยายน พ.ศ. 2566) ระยะเวลาในการรับบริการตั้งแต่ลงทะเบียนจนเสร็จสิ้นถูกบันทึกแบบอิเล็กทรอนิกส์ ใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นพหุคูณเพื่อประเมินปัจจัยที่ส่งผล พร้อมแสดงค่าสัมประสิทธิ์และช่วงความเชื่อมั่น 95% โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ p < 0.05
ผลการศึกษา: ระยะเวลาเฉลี่ยในการรับบริการคือ 76.61 นาที (95%CI: 75.94–77.29 นาที) ระยะเวลาตรวจโดยแพทย์ 7.59 นาที (95%CI: 7.39–7.78 นาที) ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระยะเวลาตรวจโดยแพทย์ได้แก่ การเป็นผู้ป่วย walk-in (-3.77 นาที, 95%CI: -5.96 ถึง -1.57 นาที) จำนวนยาที่ไม่ใช่ยารักษาเบาหวาน (0.43 นาที, 95%CI: 0.21–0.65 นาที) และจำนวนการเข้ารับบริการใน 1 ปี (0.24 นาที, 95%CI: 0.07–0.41 นาที) ส่วนการตรวจกับแพทย์คนเดิมไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (-0.18 นาที, 95%CI: -1.53–0.40 นาที, p = 0.208)
สรุป: ปัจจัยหลายประการส่งผลต่อระยะเวลาในการรับบริการของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 การปรับปัจจัยเหล่านี้สามารถลดระยะเวลาการรอคอยทำให้ความแออัดในหน่วยบริการลดลงและใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการ
คำสำคัญ: เบาหวานชนิดที่ 2 ปฐมภูมิ ระยะเวลาการรับบริการโดยรวม ระยะเวลาการรับบริการในแต่ละจุดบริการ
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร PCFM ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร PCFM ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร PCFM หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสาร PCFM ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
Clinical Practice Guideline for Diabetes 2017. [Internet]. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (อินเทอร์เน็ต). 2017 [เข้าถึงเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://w2.med.cmu.ac.th/nd/files/2019/11/Dm60.pdf
สุพัตรา ศรีวณิชชากร. การพัฒนาเพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล [อินเทอร์เน็ต]. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2550 [เข้าถึงเมื่อ 25 พ.ค. 2566 May 25]. เข้าถึงได้จาก: https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/92
อนันต์ชัย อัศวเมฆิน. นโยบายลดความแออัด ลดการรอคอย ในโรงพยาบาล แค่รับยาที่ร้านขายยาจริงหรือ [อินเทอร์เน็ต]. คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; 2019 [เข้าถึงเมื่อ 25 พ.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.hfocus.org/content/2019/10/17865
เอกภพ สิระชัยนันท์. แนวทางลดความแออัดในโรงพยาบาลเพื่อลดการแพร่กระจาย [อินเทอร์เน็ต]. กรมการแพทย์; 2020 [เข้าถึงเมื่อ 25 พ.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thainapci.org/2021/wp-content/uploads/2020/05/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%9E.-edited-250363.pdf
ปิยะสกล สกลสัตยาทร. ใช้ 3 ยุทธศาสตร์ลดแออัดโรงพยาบาลใหญ่ [Internet]. สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข; 2017 [เข้าถึงเมื่อ 25 พ.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://pr.moph.go.th/?url=pr%2Fdetail%2F2%2F04%2F117764%2F
สุขุม ก. เปิด 5 แนวทาง ลดความแออัด “โรงพยาบาล” [Internet]. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.); 2017 [เข้าถึงเมื่อ 25 พ.ค. 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th/%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94-5-%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%94/
Ministry of Health Singapore. Ministry of Health Singapore [Internet]. Singapore: Ministry of Health Singapore; [cited 2025 Feb 10]. Available from: https://www.moh.gov.sg/
Pala-ard W. Developing an advance appointment booking system for service recipients through the Mor Prom application at Chebilang Sub-District Health Promoting Hospital, Mueang Satun District, Satun Province. J Community Public Health. 2024; 6:21-37.
Riley RD, Snell KIE, Ensor J, Burke DL, Harrell FE Jr, Moons KGM, et al. Minimum sample size for developing a multivariable prediction model: Part I - Continuous outcomes. Stat Med. 2019;38:1262–75. Available from: http://dx.doi.org/10.1002/sim.7993
Nathan TA, Cohen AD, Vinker S. A new marker of primary care utilization - annual accumulated duration of time of visits. Isr J Health Policy Res. 2017; 6(1):35. PubMed PMID: 28793928
Charlson ME, Pompei P, Ales KL, MacKenzie CR. A new method of classifying prognostic comorbidity in longitudinal studies: development and validation. J Chronic Dis. 1987;40:373-83.
Flocke SA, Frank SH, Wenger DA. Addressing multiple problems in the family practice office visit. J Fam Pract. 2001;50:211-6.
Chen LM, Farwell WR, Jha AK. Primary care visit duration and quality: does good care take longer?: Does good care take longer? Arch Intern Med [Internet]. 2009;169:1866–72.
Abbo ED, Zhang Q, Zelder M, Huang ES. The increasing number of clinical items addressed during the time of adult primary care visits. J Gen Intern Med. 2008;23:2058–65.
Tsai AG, Abbo ED, Ogden LG. The time burden of overweight and obesity in primary care. BMC Health Serv Res. 2011;11:191. PubMed PMID: 21846407
Neprash HT, Mulcahy JF, Cross DA, Gaugler JE, Golberstein E, Ganguli I. Association of primary care visit length with potentially inappropriate prescribing. JAMA Health Forum. 2023;4(3):e230052. PubMed PMID: 36897582