ผลลัพธ์การใช้ระบบการแพทย์ทางไกลในผู้ต้องขังโรคความดันโลหิตสูง

Main Article Content

เวชกร จตุนราพิทย์
สุราลัย จงรักวงศ์
ศรวัส แสงแก้ว

บทคัดย่อ

ที่มา: นักโทษในประเทศไทยมีปัญหาในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ โดยเฉพาะโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง  ระบบการแพทย์ทางไกลเป็นทางเลือกในแก้ปัญหานี้ แต่ไม่มีการศึกษาประสิทธิภาพในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มผู้ต้องขังอย่างชัดเจน  การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความดันโลหิตระหว่างนักโทษในกลุ่มรักษาผ่านระบบการแพทย์ทางไกลและกลุ่มรักษาแบบปกติ รวมถึงประเมินจำนวนครั้งการปรึกษาแพทย์ในภาวะแทรกซ้อนและโรคอื่นนอกเหนือจากโรคความดันโลหิตสูง


วัสดุและวิธีการ: การทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (RCT) เก็บข้อมูลเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2566 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2567 ในเรือนจำแห่งหนึ่งในภาคใต้ของไทย แบ่งผู้ต้องขังที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่รักษาผ่านระบบการแพทย์ทางไกล (telemedicine) และกลุ่มที่รักษาแบบปกติ (usual care) วัดความดันโลหิตก่อนรักษาและในเดือนที่ 2, 4 และ 6  การวิเคราะห์ใช้ t-test เปรียบเทียบความดันโลหิตแต่ละเดือน และใช้แบบจำลองการถดถอยเชิงเส้นประมาณค่านัยทั่วไป(generalized estimating equations) ประเมินการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตตามช่วงเวลา


ผลการศึกษา: ผู้เข้าร่วม 108 คน (กลุ่ม telemedicine 54 คน, กลุ่ม usual care 54 คน) ค่าความดันโลหิตซิสโตลิก (SBP) และไดแอสโตลิก (DBP)  ในเดือนที่ 2, 4, 6 มีค่าเฉลี่ยความแตกต่าง: SBP -0.2, 4.3, และ 0.8 มิลลิเมตรปรอท, DBP 2.5, 3.3, และ 3.1 มิลลิเมตรปรอท ค่าปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มของ SBP และ DBP ตลอดช่วงเวลาไม่พบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.193 , 0.151)  จำนวนการปรึกษาแพทย์สำหรับปัญหาสุขภาพและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ก็ไม่พบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ (p = 0.102, 0.279)


สรุป: การแพทย์ทางไกลและการรักษาแบบปกติสามารถลดความดันโลหิตในนักโทษได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ การแพทย์ทางไกลเป็นทางเลือกในการเข้าถึงการรักษาสำหรับผู้ต้องขัง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษา


คำสำคัญ: ระบบการแพทย์ทางไกล ความดันโลหิตสูง ผู้ต้องขัง นักโทษ การเข้าถึงบริการทางการแพทย์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
จตุนราพิทย์ เ, จงรักวงศ์ ส, แสงแก้ว ศ. ผลลัพธ์การใช้ระบบการแพทย์ทางไกลในผู้ต้องขังโรคความดันโลหิตสูง. PCFM [อินเทอร์เน็ต]. 26 กุมภาพันธ์ 2026 [อ้างถึง 17 มีนาคม 2026];9(1). available at: https://so03.tci-thaijo.org/index.php/PCFM/article/view/284540
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Hypertension [Internet]. 2024 [cited 2024 Sep 2024]. Available from: https://www.who.int/health-topics/hypertension/#tab=tab_1

World Health Organization. Priorities for research on hypertension care delivery. Management-Screening, Diagnosis and Treatment (MND), Noncommunicable Diseases, Rehabilitation and Disability (NCD); 2024. 49 p. ISBN: 978-92-4-008818-4.

กรมควบคุมโรค. แนะประชาชนใส่ใจสุขภาพ วัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง [อินเทอร์-เน็ต]. 2022 [cited 2024 Sep 2024]. Available from : https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=25290&deptcode=brc&news_views=388

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. สภาพปัญหาด้านสาธารณสุขในเรือนจำ. ใน: นายพรเพชร ปัญจปิยะกุล, บรรณาธิการ. แนวทางการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ (ฉบับปรับปรุง 3). นนทบุรี: บอร์น ทูบีพับลิชชิ่ง; 2564. หน้า 8-11.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth). “Telemedicine” พลิกวิกฤตโควิด – 19 สู่บริการทางการแพทย์รูปแบบใหม่ [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2566]. เข้าถึงได้จาก : https://resourcecenter.thaihealth.or.th/article

นโยบายผลักดันการพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล จาก นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข[อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2022/10/policy-031022_v.8.pdf

United Nations. Department of Economic and Social Affairs. Sustainable Development. SDG3: Good Health and Well-Being [Internet]. 2023 [cited 2024 Sep 24]. Available from: https://www.un.org/sustainabledevelopment/health/

Margolis KL, Asche SE, Dehmer SP, Bergdall AR, Green BB, Sperl-Hilen JM, et al. Effect of home blood pressure telemonitoring and pharmacist management on blood pressure control: a cluster randomized clinical trial. JAMA. 2013;310:46-56.

Kim YN, Shin DG, Park S, Lee CH. Randomized clinical trial to assess the effectiveness of remote patient monitoring and physician care in reducing office blood pressure. Hypertens Res. 2015;38:491-7.

McManus RJ, Mant J, Bryan S, et al. Efficacy of self-monitored blood pressure, with or without telemonitoring, for titration of antihypertensive medication (TASMINH 4): an unmasked randomised controlled trial. Lancet. 2018;391(10124):949-59.

Kassar K, Roe C, Desimone M. Use of telemedicine for management of diabetes in correctional facilities. Telemed J E Health. 2017;23:26-31.

ธนัท ตั้งวนาไพร, ศรวัส แสงแก้ว, จันจิรา ลีลาไพบูลย์. ประสิทธิผลของการใช้การแพทย์ทางไกลเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงระหว่างช่วงการระบาดของโควิด-19: การศึกษาย้อนหลัง. วารสารระบบบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว. 2023;6: 316-27.

กัมมันต์ พันธุมจินดา, จิตร สิทธีอมร. Research design and research methodology: clinical trials. คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์; [อินเทอร์เน็ต]. 2539 [เข้าถึงเมื่อ 29 กันยายน 2567]. เข้าถึงได้จาก : http://cai.md.chula.ac.th/lesson/research/re9.htm

Broglio K. Randomization in clinical trials: permuted blocks and stratification. JAMA. 2018 Jun 5;319(21):2223-2224. doi:10.1001/jama.2018.6360.

Chow SC, Shao J, Wang H. A note on sample size calculation for mean comparisons based on noncentral t-statistics. Biometrics. 2007;63:441-56.

Bernard R. Fundamentals of biostatistics. 8th ed. Boston: Cengage Learning; 2016.

ปรียานุช แย้มวงษ์. โรคอ้วน (ตอนที่ 1). [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 18 ต.ค.) 2553 [เข้าถึงเมื่อ 29 ก.ย. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=572

World Health Organization. Defined daily dose definition and general considerations [Internet]. 2017 [cited 2022 Feb 22]. Available from: http://www.whocc.no/ddd/definition_and_general_considera.

สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ ประเทศไทย: สำนักพิมพ์ทริค ธิงค์; 2562.

Wang JG. Telemedicine in the management of hypertension: Evolving technological platforms for blood pressure telemonitoring. J Clin Hypertens (Greenwich). 2021;23:435-9.