ความรู้และทัศนคติต่อการแสดงเจตนาล่วงหน้าในวาระสุดท้ายของบุคลากรทางการแพทย์ในหน่วยบริการปฐมภูมิ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ที่มา: การแสดงเจตนาล่วงหน้าในวาระสุดท้าย คือการแสดงความประสงค์เพื่อปฏิเสธการรักษาที่ยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต ปัจจุบันมีผู้แสดงเจตนาล่วงหน้าไว้น้อย ทำให้อาจได้รับการรักษาที่ยื้อชีวิตและไม่ตรงกับความประสงค์ของตน ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์มีบทบาทในการส่งเสริมการแสดงเจตนาล่วงหน้าได้ นำไปสู่การศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้และทัศนคติต่อการแสดงเจตนาล่วงหน้า และการทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้าของบุคลากรทางการแพทย์ปฐมภูมิ
วัสดุและวิธีการ: งานวิจัยเชิงพรรณนาเชิงปริมาณแบบภาคตัดขวาง (quantitative descriptive cross-sectional) ศึกษาบุคลากรทางการแพทย์ปฐมภูมิโดยใช้แบบสอบถาม ข้อมูลที่ถูกนำมาวิเคราะห์ได้แก่ ความรู้ ทัศนคติ ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแสดงเจตนาล่วงหน้าในวาระสุดท้าย
ผลการศึกษา: บุคลากร 178 คน มีความรู้ระดับสูง 132 คน มีทัศนคติดี 108 คน วางแผนจะทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า 108 คน ทำไว้แล้ว 17 คน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้ระดับสูง คือ การศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป (OR 3.65, 95%CI: 1.31-10.16, p = 0.013) อาชีพ แพทย์ พยาบาล (OR 3.77, 95%CI: 1.66-8.57, p = 0.002) ปัจจัยที่ส่งผลต่อทัศนคติดี คือ ความรู้ระดับสูง (OR 6.98, 95%CI: 1.62-30.04, p=0.009) โดยความรู้ระดับสูงร่วมกับทัศนคติดีจะส่งผลให้เกิดการทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้า
สรุป: บุคลากรทางการแพทย์ปฐมภูมิส่วนใหญ่มีความรู้และทัศนคติดี แต่ไม่ก่อให้เกิดการปฏิบัติจริง จึงเสนอให้มีการจัดหลักสูตรอบรมและส่งเสริมทัศนคติแก่บุคลากรมากขึ้น เพื่อให้เกิดการปฏิบัติมากขึ้นและประยุกต์ใช้ได้มีประสิทธิภาพ
คำสำคัญ: การแสดงเจตนาล่วงหน้า การดูแลแบบประคับประคอง พินัยกรรมชีวิต บุคลากรทางการแพทย์ ปฐมภูมิ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร PCFM ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร PCFM ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร PCFM หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสาร PCFM ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
วิชัย โชควิวัฒน, อำพล จินดาวัฒนะ, แสวง บุญเฉลิมวิภาส, ปิติพร จันทรทัต ณ อยุธยา, ไพศาล ลิ้มสถิต. ก่อนวันผลัดใบ หนังสือแสดงเจตนาการจากไปในวาระสุดท้าย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ: [อินเทอร์เน็ต]. 2554. [เข้าถึงเมื่อ 9 ก.ย. 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://www.sem100library.in.th/medias/b5196.pdf
กฎกระทรวงการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตหรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย พ.ศ. 2553. เล่ม 127 ตอนที่ 65 ก ราชกิจจานุเบกษา. 2553 ต.ค. 22. p.18.
แสวง บุญเฉลิมวิภาส, รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ. นิติเวช-ศาสตร์และกฎหมายการแพทย์. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ. วิญญูชน; 2566.
กลุ่ม Peaceful Death. สมุดเบาใจ เพื่อการวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้า. กรุงเทพฯ. โรงพิมพ์สามลดา; 2565.
ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว, คณะแพทยศาสตร์, มหาวิทยาลัย เชียงใหม่. คู่มือประกอบการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย (Living will) สำหรับประชาชน. พิมพ์ครั้งที่ 2. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2562.
พรเลิศ แก้วฉัตร. Advance care planning and living will. วารสารเวชบำบัดวิกฤต 2552;17:10-7.
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. ความต้องการครั้งสุดท้ายของชีวิต (Living will). นนทบุรี: สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ; 2559.
Yadav KN, Gabler NB, Cooney E, Kent S, Kim J, Herbst N, Mante A, Halpern SD, Courtright KR. Approximately one in three us adults completes any type of advance directive for end-of-life care. Health Aff (Millwood). 2017;36:1244-51.
Panfilis LD, Rossi PG, Mazzini E, Pistolesi L, Ghirotto L, Noto A, et al. Knowledge, opinion, and attitude about the Italian law on advance directives: A population-based survey. J Pain Symptom Manage. 2020;60:906-14.e4.
พศิน ภูริธรรมโชติ. ทัศนคติต่อการทำพินัยกรรมชีวิตและปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจทำพินัยกรรมชีวิตของผู้ป่วยโรงพยาบาลบรบือ. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม. 2559;1:39-49.
รุ่งมณี พุกไพจิตร์, สุธี อยู่สถาพร, ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ, นิทัศน์ ศิริโชติรัตน. การตัดสินใจใช้สิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตของผู้ป่วยทหารผ่านศึก. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข [Iอินเทอร์เน็ต]. 2561 ม.ค. [เข้าถึงเมื่อ 2565 ก.ย. 14];4 (1):1-14. เข้าถึงได้จาก: https://so05.tci-thaijo.org/index.php/journal_law/article/view/113202/88108
รุ่งทิวา กังวานสุระ, ทนงสรรค์ เทียนถาวร, พัฒน์ศรี ศรีสุวรรณ, กุลเชษฐ์ เกษะโกมล. ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการทำพินัยกรรมชีวิตในผู้ป่วยสูงอายุ. วารสารระบบบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว. 2565;5:33-44.
Kunakornvong W, Ngaosri K. Public Awareness and Attitude toward Palliative Care in Thailand. Siriraj Med J [Internet]. 2020 Jul. 20 [cited 2022 Oct 17];72 (5):424-30. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/sirirajmedj/article/view/240773
Scholten G, Bourguignon S, Delanote A, Vermeulen B, Van Boxem G, Schoenmakers B. Advance directive: does the GP know and address what the patient wants? Advance directive in primary care. BMC Med Ethics. 2018;19:58. PubMed PMCID: PMC5996478
Arruda LM, Abreu KPB, Santana LBC, Sales MVC. Variables that influence the medical decision regarding Advance Directives and their impact on end-of-life care. Einstein (Sao Paulo). 2019;18:eRW4852. PubMed PMID: 31618287
Kurin M, Mirarchi F. The living will: Patients should be informed of the risks. J Healthc Risk Manag. 2021;41:31-9.
Ramsaroop SD, Reid MC, Adelman RD. Completing an advance directive in the primary care setting: What do we need for success? J Am Geriatr Soc. 2007;55:277-83.
Poveda-Moral S, de la Casa PJ, Sánchez-Valero P, Pomares-Quintana N, Vicente-García M, Falcó-Pegueroles A. Association between knowledge and attitudes towards advance directives in emergency services. BMC Med Ethics. 2021;22:75. PubMed PMID: 34158034
กรมสุขภาพจิต. แนวทางการดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้าระดับจังหวัด. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2560.
นวลปราง เห็มนุช, ธิราภรณ์ จันทร์ดา, นพวรรณ พินิจขจรเดช. ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ ทัศนคติ และการรับรู้สมรรถนะของพยาบาลต่อการส่งเสริมการทำหนังสือแสดงเจตนาล่วงหน้าในวาระสุดท้ายของผู้ป่วย. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2564;39:49-57.
Cochran WG. Sampling techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.
วนิดา โสภณสินสุข. สิทธิการตามตามธรรมชาติ : ศึกษากรณีการแสดงเจตนาไม่ประสงค์รับการรักษาของผู้ป่วยและทายาท [วิทยานิพนธ์ปริญญานิติศาสตร์มหาบัณฑิต]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์; [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 2565 ก.ย. 14]. เข้าถึงได้จาก: https://libdoc.dpu.ac.th/thesis/Wanida.Sop.pdf
พิมอาภรณ์ เสียมไหม, สายพิณ หัตถีรัตน์, กิติพล นาควิโรจน์. แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวของไทย เผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง เมื่อพูดคุยเรื่องการวางแผนดูแลล่วงหน้ากับผู้ป่วยระยะประคับประคองและครอบครัว. วารสารกรมการแพทย์. 2565;47:94-102.
ปทิตตา นึกเว้น, ขนิตฐา หาญประสิทธิ์คำ, ธิราภรณ์ จันทร์ดา. การรับรู้และการปฏิบัติของพยาบาลต่อการดูแลแบบประคับประคอง. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2559;27:128-41.