ความคาดหวังและการรับรู้ของผู้รับบริการชาวกัมพูชา ต่อคุณภาพบริการ ณ คลินิกเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย

Main Article Content

ธนกฤต ดงบัง
ฉัตรชัย มโนกุลจิต
สุชาติ ศุภปีติพร
ภรเอก มนัสวานิช
สุทธ์ศรี กอแก้ววิเชียร

บทคัดย่อ

ที่มาและความสำคัญ: โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มีผู้ป่วยชาวกัมพูชาจำนวนมากและเพิ่มขึ้นทุกปี การจะพัฒนาคุณภาพบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้าใจความคาดหวังและความพึงพอใจต่อการบริการ การศึกษาจึงจัดทำขึ้นเพื่อศึกษาประเด็นดังกล่าวในผู้รับบริการชาวกัมพูชา


วิธีการศึกษาวิจัยเชิงพรรณาตัดขวาง ศึกษาชาวกัมพูชาที่ใช้บริการคลินิกเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำนวน 120 คน ระหว่างเดือน มีนาคม - สิงหาคม 2562  โดยตอบแบบสอบถามภาษาเขมรที่ผ่านการทดสอบแล้ว แปลผลด้วยสถิติเชิงพรรณา


ผลการศึกษา: ความคาดหวังและการรับรู้บริการของกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.05 SD = 0.41, x̄ = 4.16 SD = 0.39)  ผู้ป่วยกัมพูชาส่วนใหญ่มาใช้บริการเป็นครั้งแรก (74.2%) ไม่เคยรับบริการจากสถานพยาบาลอื่นในไทยมาก่อน (70%) และถูกแนะนำจากญาติหรือคนรู้จักที่เคยมารักษา (63.3%) เหตุผลหลักที่มาใช้บริการ คือ ค่ารักษาถูก (68.3%)  มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย (56.7%) และมั่นใจในความเชี่ยวชาญของแพทย์ (55.8%)  ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความต้องการมาพบแพทย์เฉพาะทาง (83.3%) โดยเฉพาะอายุรกรรมทางเดินอาหาร ศัลยกรรมทั่วไป และศัลยกรรมกระดูก   ต้องการมาตรวจสุขภาพประจำปี (65.8%)  และต้องการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม (18.3%) เช่น Esophagogastroduodenoscopy (50%)


สรุปผล: ภายหลังการรับบริการความพอใจโดยรวมของผู้รับบริการชาวกัมพูชาเพิ่มขึ้น ความคาดหวังและการรับรู้ต่อคุณภาพบริการโดยรวมอยู่ในระดับมาก  โรงพยาบาลควรจัดบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ  อีกทั้งควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคิดเห็นของแพทย์ และผู้ป่วยชาวไทยต่อผู้ป่วยชาวกัมพูชา

Article Details

How to Cite
1.
บท
นิพนธ์ต้นฉบับ
Author Biography

ธนกฤต ดงบัง, ฝ่ายเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

แพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

References

1. กมลรัตน์ (ศักด์สมบูรณ์) เทอร์เนอร์ และ ศุภาพิชญ์ (มณีสาคร) โฟน โบรแมนน. พฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพและการรับรู้คุณภาพบริการสุขภาพของชาวต่างชาติในประเทศไทย. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2556;23(1):1-4.
2. กองสุขภาพระหว่างประเทศ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. ยุทธศาสตรก์ารพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ(MEDICAL HUB)(พ.ศ.2560 - 2569). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: บริษัทเอ็มเอสคอเปอร์เรชันจำกัด; 2560.
3. จอมขวัญ ศุภศิริกิจเจริญ และบุญเสริม บุญเจริญผล. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเอกชนไทยของผู้รับบริการที่เป็นชาวต่างชาติ. วารสารวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 2558; 32:114-123.
4. ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาดชาดไทย. สถิติข้อมูลผู้ป่วยที่มาใช้บริการ. 2561.
5. พรมิตร กุลกาลยืนยง. การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในประเทศไทย ความท้าทายและการพัฒนา. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม. 2560;1(9):125-132.
6. พิเชฐ สัมปทานุกุล บรรณาธิการ. หลักการทำวิจัยสู่ความสำเร็จในการปฏิบัติงาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ศูนย์วิทยาการวิจัยแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
7. ลักขณา สริวัฒน์. จิตวิทยาในชีวิตประจำวัน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์; 2549.
8. วิทวัส รุ่งเรืองผล และคณะ. ไทยกับศูนย์กลางบริการสุขภาพของเอเชียร์[อินเทอร์เน็ต]. 2561. [เข้าถึงเมื่อ 27 ตุลาคม 2561]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaifta.com/thaifta/Portals/0/File/ta_doc4.html.
9. วีรพงษ์ เฉลิมจิระรัตน์. คุณภาพในงานบริการ1. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ ส.ส.ท; 2543.
10. สภากาชาดไทย. หลักการกาชาด. [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2561]. เข้าถึงได้จาก: https://www.redcross.or.th/principles/.
11. สาริกา ค้าสุวรรณ. พฤติกรรมการใช้บริการทางการแพทย์ในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากตะวันออกกลาง มุมมองจากผู้ให้บริการทางการแพทย์. วารสารเกษตรศาสตร์ธุรกิจประยุกต์ 2560;14:53-76.
12. สุรสักย์ ธไนศวรรยางกูร. ข้อมูลพื้นฐานด้านสาธารณสุขและความร่วมมือด้านเอชไอวีและเอดส์ระหว่าง ราชอาณาจักรไทย และ ราชอาณาจักรกัมพูชา. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: อินฟินิตี้; 2558.
13. ศรัญธินี มงคลรัตน์. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขสาสตร์มหาบัณฑิต เรื่อง ความพึงพอใจคนไข้ชาวต่างชาติที่มีต่อการบริการโรงพยาบาลเอกชน. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.
14. ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น. รายงานพฤติกรรมผู้บริโภค. ขอนแก่น; 2558.
15. อัจฉรา อ่วมเครือ และ มณฑาทิพย์ ไชยศักดิ์. รายงานการวิจัยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีราชบุรี เรื่อง ความคิดเห็นและความคาดหวังของชาวต่างชาติเกี่ยวกับบริการสุขภาพในประเทศไทย. ราชบุรี; สถาบันบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข;2550.
16. Best, S.W..Research in education. EnglewoodCliffs, NJ: Prentice-Hall; 1959.
17. Brislin RW. Back-translation for cross-cultural research. J Cross-Cult Psychol 1970; 1(3): 185-216.
18. Bye D. H. Shopping Abroad for Medical Care: The Next Step in Controlling the Escalating Health Care Costs of American Group Health Plans, The Health Lawyer. 2007;19(5):30.
19. Cochran, W.G. Sampling Techiques. New York :John Wiley & Sons. Inc; 1953.
20. Hornby. A.S.. Oxford Advanced Learner’s Dictionary. London: Oxford University Press; 2000.
21. Horowitz, M.D. and Resensweig, J.A.. Medical Tourism and Traditional International Medical Travel: A Tale of Two Models. International Medical Travel Journal. 2008;3:30-33.
22. Parasuraman A., Zeithamal Valarie A., and Berry Leonard L. Delivery Quality Service : Balancing Customer Perceptions and Expectations. New York: The Free Press; 1990.
23. Paul TJ James. The Impact of Medical Tourism on Thai Private Hospital Management: Informing Hospital Policy. Global Journal of Health Science. 2012;4(1):127-139.
24. Schiffman, L. F. and Kanuk, L.L.. Consumer behavior. 7th ed. Upperr Saddle River,NJ: Prentic-Hall; 2000.