การพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานมวยไทยพื้นถิ่น และภูมิปัญญาชุมชน: กรณีศึกษาชุมชนทุ่งบ่อแป้น จังหวัดลำปาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจศักยภาพของมวยไทยพื้นถิ่น ภูมิปัญญา และทรัพยากรชุมชนในการเชื่อมโยงกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานมวยไทยพื้นถิ่นและภูมิปัญญาในชุมชนทุ่งบ่อแป้น จังหวัดลำปาง เป็นการวิจัยและพัฒนาแบบมีส่วนร่วม แบบผสมผสาน เครื่องมือเป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกต การประชุมกลุ่ม เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยเป็นผู้มีบทบาทหรือมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับมวยไทยพื้นถิ่น ภูมิปัญญา การพัฒนาชุมชน หรือการท่องเที่ยว จำนวน 25 คน ได้แก่ ครูมวย ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ประกอบการชุมชน เยาวชน และผู้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการท่องเที่ยวในชุมชน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาและสรุปภาพรวม ผลการวิจัยพบว่า ชุมชนทุ่งบ่อแป้นมีศักยภาพด้านวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และทรัพยากรชุมชน โดยมีค่ายมวยคุ้มวงตะวันเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงกับกิจกรรมมวยไทยร่วมกับแหล่งเรียนรู้ด้านสมุนไพร การเกษตร อาหารสุขภาวะ และภูมิปัญญาท้องถิ่น การพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยวเกิดจากการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนที่ออกแบบกิจกรรมและเส้นทางการท่องเที่ยว นำไปสู่ฐานกิจกรรมหลัก 3 ฐาน คือ ฐานค่ายมวยคุ้มวงตะวัน ฐานวัดทุ่งบ่อแป้นสามัคคี และฐานโรงเพาะเห็ดลุงสัมพันธ์ รวมทั้งแผนที่และโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชน 1 วัน มีคู่มือการท่องเที่ยวแบบ QR Code 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์บนฐานมวยไทยพื้นถิ่น ทำหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ช่วยสร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนในชุมชน ส่งเสริมการสืบทอดองค์ความรู้มวยไทยพื้นถิ่น ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนได้อย่างยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ณิชมน ภมร และพัชรี ตันติวิภาวิน. (2564). การจัดการแหล่งชุมชนเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม: กรณีศึกษาชุมชนท้องถิ่นตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารรังสิตบัณฑิตศึกษาในกลุ่มธุรกิจและสังคมศาสตร์, 7(2), 106-118.
พงศ์กฤต นันทนากรณ์ และอธิป จันทร์สุรีย์. (2564). การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงศิลปะบนฐานแนวคิดการท่องเที่ยว
เชิงสร้างสรรค์ จังหวัดราชบุรี. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(1), 109-124.
เยาวภรณ์ เลิศกุลทานนท์ และคณะ. (2568). การออกแบบการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนเชิงสร้างสรรค์: แนวทางในการเสริมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชนใน "ย่านกะดีจีน" เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี, 19(1), 182-196.
วีรญา พรมประสิทธิ์. (2565). ปัจจัยความสำเร็จของการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน: กรณีศึกษาบ้านนาต้นจั่น ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย. ใน วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการท่องเที่ยว. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Government Public Relations Department. (2025). Soft power of Muay Thai to boost tourism and local economy. Retrieved July 6, 2026, from https://shorturl.asia/HOiPv
Nye, J. S. (2004). Soft Power: The Means to Success in World Politics. New York: PublicAffairs.
Richards, G. & Raymond, C. (2000). Creative tourism. ATLAS news, 23(8), 16-20.
Richards, G. (2011). Creativity and tourism: The state of the art. Annals of Tourism Research, 38(4), 1225-1253.
Suriyankietkaew, S. et al. (2025). Community Capitals Framework for Sustainable Development: A Qualitative Study of Creative Tourism in Ban Chiang World Heritage Site. Sustainability, 17(8), 3311. https://doi.org/10.3390/su17083311
Tourism Authority of Thailand. (2024). Amazing Muay Thai Experience continues to showcase legendary Thai martial art. Retrieved July 7, 2026, from https://shorturl.asia/3rwPK
UNESCO World Heritage Centre. (2024). Ban Chiang Archaeological Site. Paris: UNESCO World Heritage Centre.