การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของรูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียน 2) ตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลการวัดองค์ประกอบและตัวบ่งชี้กับข้อมูลเชิงประจักษ์ และ 3) พัฒนาและสร้างรูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมให้เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา แบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นในการนิเทศภายใน ระยะที่ 2 การตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างของโมเดลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน และระยะที่ 3 การประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม จำนวน 520 คน ได้มาจากการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก รวม 90 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ 1) การวางแผนการนิเทศ 2) การดำเนินการนิเทศอย่างเป็นระบบ 3) การสะท้อนผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ 4) การติดตามประเมินผลเพื่อการพัฒนา โมเดลการวัดมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีค่าความเชื่อมั่นเชิงโครงสร้าง (R²) อยู่ระหว่าง 0.615 - 0.848 และรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริงในระดับสูง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบนิเทศภายในของสถานศึกษา เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันของครูและผู้บริหาร และยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
จิตติรัตน์ แสงเลิศอุทัย. (2560). คุณภาพของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร, 7(1), 1-15.
ณัฐชา จันทร์ดา. (2561). การพัฒนารูปแบบการนิเทศงานวิชาการภายในโรงเรียนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 จังหวัดชลบุรี. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
นวพรรณ อินต๊ะวงศ์ . (2565). การพัฒนารูปแบบการนิเทศโดยใช้ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนดรุณวิทยา เทศบาลเมืองน่าน (บ้านสวนตาล). วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(3), 426-442.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
บุญสุ่ม อินกองงาม. (2561). การพัฒนารูปแบบการนิเทศภายในด้านการวิจัยการเรียนการสอนของครูผู้สอนสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในเครือข่ายการนิเทศกลุ่มจังหวัด เครือข่ายที่ 15. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา, 12(1), 34-46.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. (2559). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2559). การพัฒนาแบบสอบถามและแบบวัดทางจิตวิทยา. วารสารวิจัยเพื่อพัฒนา สังคมและชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 3(1), 35-48.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม. (2568). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. มหาสารคาม: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม.
เสาวภาคณ์ เชาวนะสิริยธรรม. (2560). การพัฒนาสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของวิทยาลัยชุมชนเมืองแห่ง กรุงเทพมหานคร. วารสารการจัดการสมัยใหม่, 15(2), 57-66.