การพัฒนาศักยภาพมัคคุเทศก์ในจังหวัดภูเก็ตตามกรอบแนวคิดสมรรถนะ
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
摘要
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการพัฒนาศักยภาพของมัคคุเทศก์ในจังหวัดภูเก็ตตามกรอบแนวคิดสมรรถนะ (2) วิเคราะห์สมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะของมัคคุเทศก์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานในบริบทการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และ (3) จัดทำแนวทางการพัฒนาศักยภาพมัคคุเทศก์ตามกรอบแนวคิดสมรรถนะ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน ประกอบด้วยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากมัคคุเทศก์ที่จดทะเบียนในจังหวัดภูเก็ตจำนวน 210 คน โดยใช้แบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ มีค่า IOC 0.67–1.00 และ และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับด้วยสถิติ Cronbach’s Alpha = 0.95) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ t-test และ One-way ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของสมรรถนะระหว่างกลุ่มประชากรที่มีลักษณะแตกต่างกัน สำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้เก็บจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 15 คน และวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) เพื่อสังเคราะห์ประเด็นสำคัญ แนวคิด และข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำมาประกอบการตีความและกำหนดแนวทางการพัฒนาศักยภาพมัคคุเทศก์อย่างรอบด้าน
ผลการวิจัยพบว่า มัคคุเทศก์มีสมรรถนะโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.58, S.D. = .425 ) โดยมีสมรรถนะด้านบุคลิกภาพเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.73 ) รองลงมาคือด้านคุณธรรมและจริยธรรม ( = 4.69 ) และด้านทักษะ ( = 4.49 ) ส่วนด้านความรู้เฉลี่ยต่ำสุด ( = 4.39 ) การวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบพบว่ากลุ่มอายุ 31 ปีขึ้นไป และผู้มีประสบการณ์ทำงานมากกว่า 5 ปี มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาศักยภาพสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ความต้องการพัฒนาสูงสุดอยู่ที่ทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ และการจัดการสถานการณ์วิกฤติ แนวทางการพัฒนาเชิงระบบประกอบด้วย (1) การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามสมรรถนะที่จำเป็น (2) การสร้างระบบพี่เลี้ยงและเครือข่ายวิชาชีพ และ (3) การประเมินสมรรถนะอย่างต่อเนื่องเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
参考
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2566). รายงานสถานการณ์ท่องเที่ยวประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ต.
กรุงเทพฯ: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.กิตติมา สุวรรณรัตน์. (2563). การพัฒนาทักษะ จริยธรรม และแรงจูงใจของมัคคุเทศก์ในยุคเศรษฐกิจ
สร้างสรรค์. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 13(2), 45–60.
พัชรีพร ลอยเมฆ. (2564). สมรรถนะของมัคคุเทศก์ในภาคใต้เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวไทย.
วารสารวิชาการการท่องเที่ยวไทย, 8(1), 15–27.
ศิริวรรณ บรรเจิดสุข, & พงศธร สุวรรณนาค. (2565). การพัฒนาทักษะภาษาที่สามของมัคคุเทศก์เพื่อ
รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ. วารสารการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์, 9(1), 21–34.
ศูนย์พัฒนาวิชาการด้านตลาดการท่องเที่ยว. (2566). รายงานภาพรวมปัญหาและแนวโน้มการพัฒนา
มัคคุเทศก์ไทย. การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
สมศักดิ์ วงศ์ปัญญา. (2561). สมรรถนะของมัคคุเทศก์ในการรองรับการท่องเที่ยวคุณภาพ. วารสาร
อารยธรรมและการท่องเที่ยว, 5(2), 33–42.
สิทธิชัย สิทธิบูลย์. (2564). ปัญหาศักยภาพมัคคุเทศก์ไทยในบริบทการท่องเที่ยวหลังโควิด-19.
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 14(3), 77–89.
สุภาพร วงษ์ก้อม. (2560). ความสัมพันธ์ระหว่างระดับการศึกษากับทัศนคติต่อการพัฒนาวิชาชีพของ
มัคคุเทศก์. วารสารการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, 5(2), 112–123.
อัญชลี ศรีสุข. (2562). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอุตสาหกรรมบริการเพื่อรองรับการแข่งขันใน
ระดับสากล. วารสารธุรกิจและการจัดการ, 11(1), 55–66.
วิชชุกร อมรธรรม. (2566). การพัฒนาองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมสำหรับมัคคุเทศก์ในพื้นที่พหุ
วัฒนธรรม. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 18(1), 40–55.
ACCSTP (ASEAN Common Competency Standards for Tourism Professionals). (2013).
Tourism professionals standards: Tour guiding. ASEAN Secretariat.
Best, J. W. (1981). Research in education. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.Boyatzis, R.
E. (2008). Competencies in the 21st century. Journal of Management Development, 27(1), 5–12. https://doi.org/10.1108/02621710810840730
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308
UNESCO. (2021). Creative Cities Network: Phuket City of Gastronomy. Paris: UNESCO
Publishing.
Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Models for superior
perfo