ปัจจัยที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของครูอาชีวะในสำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชนในยุคดิจิทัล (เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล)
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
摘要
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับปัจจัยด้านความพึงพอใจในงาน ปัจจัยด้านองค์กร และปัจจัยด้านความผูกพันต่อองค์กรของครูอาชีวศึกษา 2) ปัจจัยด้านความพึงพอใจในงาน และปัจจัยด้านองค์กร ที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของครูอาชีวศึกษา กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่ ครูอาชีวศึกษา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 365 คน ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล คือแบบสอบถาม มีค่าสัมประสิทธ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha Coefficient) เท่ากับ 0.960 และใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์สมมติฐานโดยใช้ Independent Sample ด้วยค่า t-test One-way Analysis of Variance ด้วยค่า F-test และวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยด้านความพึงพอใจในงาน ปัจจัยด้านองค์กร และปัจจัยความผูกพันต่อองค์กรในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 2) ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ พบว่า ปัจจัยด้านองค์กร และปัจจัยความพึงพอใจในงาน มีผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของครูอาชีวะในสำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชนในยุคดิจิทัล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
参考
ธวัชชัย สุนทรนามทิพย์. (2566). การศึกษาความผูกพันต่อองค์กรและการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย
ในการส่งเสริมความผูกพันต่อองค์กรภายใต้ภาวะแสการเปลี่ยนแปลงของเจ้าหน้าที่
สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดตรัง. วารสารวิจัย
สาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 16(2), 1–14. https://he01.tci-thaijo.org
/index.php/kkujphr/article/view/261658
นภารัฐ อัมพสุวรรณและภูธิป มีถาวรกุล. (2567). ความผูกพันตอองคกรที่มีความสัมพันธ์ต่อความ
พึงพอใจในการทำงานและความจงรักภักดีตอองคกรของเจาหนาที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม. คณะบริหารธุรกิจเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
นูรมา แวดือเร๊ะ. (2563). แรงจูงใจในการทำงานที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อโรงเรียนของครูในโรงเรียน
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 2. วารสารศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. 31(2), 45–56.
บงกช ตั้งจิระศิลปะ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างความผูกพันต่อองค์การความจงรักภักดีต่อองค์การ
และผลการปฏิบัติงานของนักบัญชีในจังหวัดระยอง. วารสารบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม. 14(1), 23–34.
ปรมะ สตะเวทิน. (2539). การสื่อสารมวลชน: กระบวนการและทฤษฎี. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย.
พรรณปพร สื่อกลาง. (2564). จิตวิญญาณในการทำงาน และการรับรู้วัฒนธรรมองค์การที่ส่งผลต่อ
ความผูกพันในงานของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอบ้านดุง จังหวัด
อุดรธานี. วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. 18(81), 1–15.
พิตะวัน ลออศรี และแก้วตา ผู้พัฒนพงศ์. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันในองค์กรของ
พนักงาน Generation Y บริษัทเอกชนในกรุงเทพมหานคร. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พิพัฒน์ ไผ่แก้ว และสถิรพร เชาวน์ชัย. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันในองค์การของครู สังกัด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เพชรบูรณ์ เขต 3. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์.
(3), 303–317.
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและกำลังคนอาชีวศึกษา. (2567). รายงานข้อมูลกำลังคนอาชีวศึกษา ปี
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
โสมย์สิรี มูลทองทิพย์. (2556). ความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงเรียน
มัธยมศึกษา อำเภอท่ามะกา. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัย
ศิลปากร.
อัจฉรา ถวิลไพร และทิพย์วรรณา งามศักดิ์. (2565). แนวทางการเสริมสร้างความผูกพันในงาน และ
ความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรของพนักงานธนาคารออมสิน สังกัดเขตร้อยเอ็ด. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Allen, NJ and Meyer, JP. (1990). The measurement and antecedents of affective, continuance and normative commitment to the organization. Journal of Occupational Psychology. 63(1), 1-18. https://doi.org/10.1111/j.2044-
1990.tb00506.x
David, L. (2014). Non-Governmental Organizations, Management and Development.
Third Edition. New York: Routledge