ทัศนคติและความพึงพอใจของชายไทยในจังหวัดนนทบุรีที่มีต่อการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหารเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

พิศวัสน์ เจริญถัมภ์
วิโรตม์ เอี๊ยะตะกูล
อวยพร พานิช

摘要

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษา 1) ทัศนคติของชายไทยในจังหวัดนนทบุรีที่มีต่อการเลือกทหารกองเกินเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ 2) ความพึงพอใจของชายไทยในจังหวัดนนทบุรีที่ทีต่อการเลือกทหารกองเกินเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยมีกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยนี้ทั้งสิ้นจำนวนวนทั้งสิ้น 400 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics)  ใช้การแจกแจงความถี่ (Frequency) ของร้อยละ (Percentage) และค่าเฉลี่ย (Means)


          ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อการเกณฑ์ทหารในประเด็นต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.ด้านชีวิตและครอบครัว กลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อการเกณฑ์ทหารในประเด็นที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตที่ลดลง เช่น การตกงานจากงานเดิม (Mean 4.43 SD 2.58) 2. ด้านสังคมกลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อการเกณฑ์ทหารในประเด็นที่ว่าการเกณฑ์ทหารทำให้ผู้ที่ไม่มีอาชีพได้มีงานทำ (Mean 4.19 SD 0.78) 3. ด้านการเมืองกลุ่มตัวอย่างมีทัศนคติต่อการเกณฑ์ทหารในประเด็นที่ว่าการเกณฑ์ทหารมีผลให้กองทัพเข้ามามีบทบาททางการเมืองมากที่สุด(Mean 4.23 SD 0.70) 4.ด้านการทหาร ควรมีทหารจำนวนมากจะทำให้การบริหารงานกองทัพรวดเร็วและไม่มีอุปสรรค(Mean 4.30 SD 0.73) และกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการเกณฑ์ทหารด้านต่าง ๆ ดังนี้ 1.ด้านกระบวนการและขั้นตอนการคัดเลือก กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อกระบวนการและขั้นตอนการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหารมากที่สุดคือการติดประกาศเผยแพร่หรือแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนและระยะเวลาในการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหาร(Mean 4.37 SD 0.64) รองลงมา มีลำดับขั้นตอนก่อนหลัง(Mean 4.34 SD 2.57) 2.ด้านเจ้าหน้าที่ให้บริการกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการให้บริการในประเด็นเจ้าหน้าที่แต่งกายสะอาด เรียบร้อยมากที่สุด(Mean 4.40 SD 0.72) รองลงมาคือเจ้าหน้าที่มีความรู้ ความสามารถในการให้บริการเช่นสามารถตอบคำถามชี้แจงข้อสงสัย ให้คำแนะนำได้อย่างชัดเจน(Mean 4.36 SD 0.71) 3. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการมีป้ายสัญลักษณ์ ประชาสัมพันธ์บอกจุดบริการ (Mean 3.71 SD 1.00) รองลงมาคือมีช่องทางการให้บริการเข้าถึงสะดวก(Mean 3.64 SD 1.01) ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า ทัศนคติกับความพึงพอใจชายไทยในจังหวัดนนทบุรีที่มีต่อการเลือกทหารกองเกินเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงเป็นไปตามสมมติฐาน

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

##submission.howToCite##
เจริญถัมภ์ พ., เอี๊ยะตะกูล ว., & พานิช อ. (2025). ทัศนคติและความพึงพอใจของชายไทยในจังหวัดนนทบุรีที่มีต่อการตรวจเลือกการเกณฑ์ทหารเพื่อเข้ารับราชการทหารกองประจำการ. Journal of Humanities and Social Sciences, Rajapruk University, 11(1), 30–43. 取读于 从 https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rpu/article/view/288856
栏目
Articles

参考

กิตติ จอมคีรี. (2556). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการทหารชั้นประทวนสังกัดกรมการทหารสื่อสาร (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). คณะศิลปศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกริก.

กิตติพงษ์ ศรีโยธิน. (2546). ความพึงพอใจในการทำงานของนายทหารชั้นประทวนในสังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

พรรณี ชูทัยเจนจิต. (2545). จิตวิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: บริษัท เมธีทิปส์ จำกัด.

รัตนาภรณ์ มั่นศรีจันทร์. (2559). ทัศนคติของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี: ศึกษากรณีในห้วงเวลาปี 2559 (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกริก.

ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง. (2551). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการกรมการเงินทหารเรือ (วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.

สุพรรษา จิตเลขา. (2545). แนวทางการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของทหารกับการตัดสินใจสมัครเป็นทหารกองประจำการของชายไทย (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

องค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (2556). ศึกษาการบริหารงานในห้วงเวลา พ.ศ. 2556 (สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต). วิทยาลัยสื่อสารการเมือง, มหาวิทยาลัยเกริก.

อาเขตต์ ขันธชัย. (ไม่ปรากฏปี). ทัศนคติของประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (เอกสารต้นฉบับ).

Carter, V. G. (1959). Attitude. Retrieved October 25, 2009, from http://www.novabizz.ace/Attitude.htm

Cullen, R. (2001). Perspectives on user satisfaction surveys. Library Trends, 49(Spring), 602–686.

Hackman, J. R., & Oldham, G. R. (1980). Work redesign. California: Addison Wesley Publishing Company Inc.

Likert, R. (1932). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Attitude theory and measurement (pp. 90–95). New York: Wiley & Sons.

Munn, N. L. (1971). Introduction to psychology. Boston: Houghton Mifflin.

Schiffman, L. G., & Kanuk, L. L. (1991). Consumer behavior (4th ed.). New Jersey: Englewood Cliffs.

Weber, M. (1966). The theory of social and economic organization (T. Parsons & A. M. Henderson, Trans.). New York: Free Press. (Original work published 1922).