ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสมรรถนะในการปฏิบัติการแพทย์ขั้นต้นและขั้นทั่วไป ของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ จังหวัดนนทบุรี

Main Article Content

สุวารี น้อยคำสิน
ทัศนีย์ ศิลาวรรณ
ดวงใจ บรรทัพ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินระดับสมรรถนะในการปฏิบัติการแพทย์ขั้นต้นและขั้นทั่วไปของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ในจังหวัดนนทบุรี 2) อธิบายลักษณะทางประชากรและประสบการณ์ ปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอกของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ในจังหวัดนนทบุรี และ 3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านลักษณะประชากรและประสบการณ์ ปัจจัยภายในของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ และปัจจัยภายนอก กับสมรรถนะในการปฏิบัติการแพทย์ขั้นต้นและขั้นทั่วไปของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ในจังหวัดนนทบุรี เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างเป็นอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น จำนวน 150 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิอย่างเป็นสัดส่วน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติไคสแควร์และ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05


          ผลการศึกษาพบว่า 1) สมรรถนะในการปฏิบัติการแพทย์ขั้นต้นและขั้นทั่วไปโดยรวมอยู่ในระดับ             ปานกลาง (ร้อยละ 73.34, Mean = 47.61, SD = 9.51) 2) อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์มีลักษณะทางประชากรและประสบการณ์แตกต่างกันตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา และระยะเวลาในการปฏิบัติงาน โดยปัจจัยภายใน ได้แก่ ความรู้ ทัศนคติ ภาวะผู้นำ และแรงจูงใจ และปัจจัยภายนอก ได้แก่ วัฒนธรรมองค์กรและการทำงานเป็นทีม อยู่ในระดับปานกลาง และ 3) ปัจจัยภายในโดยรวมและแรงจูงใจในการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับปานกลางกับสมรรถนะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = .423, p < .001; r = .461, p < .001 ตามลำดับ) ขณะที่ความรู้และทัศนคติมีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับต่ำอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ           (r = .245, p = .003; r = .240, p = .003 ตามลำดับ) ส่วนปัจจัยด้านลักษณะประชากรและประสบการณ์ และปัจจัยภายนอก ไม่พบความสัมพันธ์กับสมรรถนะอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > .05) ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมแรงจูงใจ ควบคู่กับการพัฒนาความรู้ ทัศนคติ และทักษะในการปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
น้อยคำสิน ส., ศิลาวรรณ ท., & บรรทัพ ด. (2026). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสมรรถนะในการปฏิบัติการแพทย์ขั้นต้นและขั้นทั่วไป ของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ จังหวัดนนทบุรี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 12(1), 489–513. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/rpu/article/view/301460
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการขนส่งทางบก. (2566). รายงานสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย. กระทรวงคมนาคม.

คมก้อง มณีวงศ์, ลีเจริญ พิชญา, อร่ามรมย์ ยุพิน, และ จิตต์วิบูลย์ อภิญญา. (2559). ผลของการเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองต่อการรับรู้ความสามารถของตนเองในการให้การพยาบาลผู้ป่วยภาวะฉุกเฉินของนักศึกษาพยาบาล. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 3(3), 52-64. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/scnet/article/view/68723

จิรนันท์ วรรณชัย. (2566). ผลของโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุสำหรับอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษา การแพทย์และสุขภาพ, 8(2), 1-14. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/267643

นิลวรรณ ทรัพย์พรรณราย. (2559). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการปฏิบัติการฉุกเฉินของอาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ จังหวัดราชบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วรพล สุขเกษม และคณะ. (2565). กระบวนการฝึกอบรมการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานสำหรับบุคลากรการแพทย์ฉุกเฉินในประเทศไทย. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย, 2(1), 14-26. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/jems/article/view/

วิชญา จันจะนะ และ แสงจันทร์ เชียงทา. (2566). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเข้าถึงระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในการดูแลผู้ป่วย ณ จุดเกิดเหตุ. วารสารวิจัยสุขภาพโรงพยาบาลและชุมชน, 17(2), 97-108. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/pthjo/article/view

https://sure.su.ac.th/xmlui/bitstream/id/80dcc40e-ac7e-4226-b4e9-e0b7fde24625/MA_Ninlawan_Truppanaray.pdf

สมัคร ใจแสน และ สุรเดช สำราญจิตต์. (2566). ระดับเจตคติและการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการกู้ชีพขั้นพื้นฐานของผู้เข้ารับการอบรม. วารสารการแพทย์ฉุกเฉินแห่งประเทศไทย, 3(1). https://he03.tci-thaijo.org/index.php/Jemst-01JHS/article/view/1202

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2566). มาตรฐานการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ.

สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. (2567). รายงานสถานการณ์การแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย. สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). รายงานสถิติสุขภาพและการบาดเจ็บของประชากรไทย. สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

สุฤทัย อ้นน้อย. (2567). ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการแพทย์ฉุกเฉินในกลุ่มอาสาฉุกเฉินชุมชน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์. วารสารวิชาการเพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสาธารณสุข, 2(2), 225-235. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/AJHSD/article/view/2903

Bloom, B. S. (1956). Taxonomy of educational objectives: The classification of educational goals. Longmans.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.

Daniel, W. W. (2010). Biostatistics: A foundation for analysis in the health sciences (9th ed.). Wiley.

Herzberg, F. (1959). The motivation to work. Wiley.

McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for intelligence. American Psychologist, 28(1), 1-14.

Schein, E. H. (1992). Organizational culture and leadership (2nd ed.). Jossey-Bass.

Sorani, M., Agness, J., Miller, I., & Bentley, S. (2019). Training Effectiveness for First Responders in Low-Resource Settings: A Systematic Review. Prehospital and Disaster Medicine, 34(5), 492–501.

Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Models for superior performance. John Wiley & Sons.

Taniguchi, T., et al. (2020). Development of a community-based first responder system in rural Thailand. Resuscitation, 155, 17–18.

Tuckman, B. W. (1965). Developmental sequence in small groups. Psychological Bulletin, 63(6), 384-399.

World Health Organization. (2019). Global health estimates 2019: Deaths by cause, age, sex, by country and by region, 2000-2019. WHO.