บรรยากาศองค์การที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2

Main Article Content

กมลกาญจน์ อรุณรัตน์

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) บรรยากาศองค์การในสถานศึกษา 2) ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษา และ 3) บรรยากาศองค์การที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 จำนวนทั้งสิ้น 354 คน จำแนกเป็น ผู้บริหาร  37 คน ครู 317 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของทาโร่ ยามาเน่ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการแจกแจงความถี่ หาร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการทดสอบสมมุติฐาน ใช้สถิติการถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis)


    ผลการวิจัยพบว่า 1) บรรยากาศองค์การในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด


เขต 2 โดยรวม โดยรวมอยู่ในระดับมาก (  = 4.28, S.D. = 0.47) และรายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน 2) ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก


(  = 4.17, S.D. = 0.55) และรายด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน 3) สมการพยากรณ์ของบรรยากาศองค์การที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 พบว่า บรรยากาศองค์การด้านความเสี่ยง (X4) เป็นตัวแปรพยากรณ์ที่สามารถพยากรณ์ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษาได้ดีที่สุด เมื่อเพิ่มตัวแปรพยากรณ์ ด้านสภาพแวดล้อม (X5) ด้านมาตรฐานการปฏิบัติงาน (X3) และด้านโครงสร้างองค์การ (X1) ตามลำดับ ตัวแปรพยากรณ์จะสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสถานศึกษาได้ร้อยละ 75.1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และเขียนเป็นสมการพยากรณ์ได้ ดังนี้


   สมการณ์พยากรณ์ ในรูปคะแนนดิบ


        = -0.006 +.312X4 + .341X5 +.209X3 + .121X1


   สมการณ์พยากรณ์ ในรูปคะแนนมาตรฐาน


           = .312zx433 +.304zx5+ .230zx3 +.116zx1

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย (Research article)

เอกสารอ้างอิง

จูลลี่ ศรีษะโคตร. (2557). บรรยากาศองค์การที่ส่งผลต่อชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพของครูในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ชูชาติ สุทธะ. (2561). กระบวนการพัฒนาชีวิตเชิงพุทธบูรณาการ,วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร. 6(1): 321-331.
ทินกร คลังจินดา. (2557). บรรยากาศองค์การที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วิทยานิพนธ์ ศษ.ม. (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นริศ ภูอาราม. (2560). การพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพสำหรับเครือข่ายโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. (การบริหารและพัฒนาการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
เมธาพร เชื้อหอม. (2559). บรรยากาศองค์การในโรงเรียนที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตการทำงานของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 1, วารสารราชนครินทร์. 13(30): 99 – 10.
วรวิทย์ พรหมคชและคณะ. (2561) แนวทางการขับเคลื่อน PLC สู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน Thailand 4.0 สพม.17.ตราด: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๗.
วิจารณ์ พานิช. (2555). ครูแห่งศตวรรษที่ 21 ต้องช่วยแก้ไขความรู้ผิดๆ ของนักเรียน. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม.
ศิริรัตน์ โกศล. (2559). การพัฒนาสถานศึกษาโดยใช้แนวคิดชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญสำหรับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 24. วิทยานิพนธ์ กศ.ม. (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สมุทร สมปอง. (2558). การพัฒนารูปแบบการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูในโรงเรียนประถมศึกษา: การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม.วิทยานิพนธ์ กศ.ด. (การบริหารการศึกษา). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด. (2561). แผนปฏิบัติราชการสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด. (ออนไลน์). แหล่งที่มา: http://www.roietpeo.go.th/.
สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน. (2557). รายงานผลการดำเนินงานสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพของเยาวชน 2553-2556. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท.
Battersby, S. L., & Verdi, B. (2015). The culture of professional learning communities and connections to improve teacher efficacy and support student learning. Arts Education Policy Review, 116(1): 22-29.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of psychological testing. (5th ed.). New York : Harper Collins Publishers.
Fox, R. S. (1973). School climate improvement : A challenge to the school administrator. Englewood ; Colorado : Phi Delta Kappa.
Freiberg, H. J. (2005). School climate: Measuring, improving and sustaining healthy learning environments. United Kingdom: Routledge.
Hord, S.M. (2004). Learning Together, Leading Together: Changing Schools Through Professional Learning Communities. New York: Teachers College.
Likert, R. (1976). New Patterns of Management. New York : Mc Graw - Hill.
Litwin, G.H., & Stringer, R.A. (1968). Motivation and Organizational Climate. Boston : Division of Research Harvard Business School.
Philip Kolter. (2009). Marketing Management. New York: Peason Prentice Hall.
Vanblaere, B., & Devos, G. (2016). Relating school leadership to perceived professional learning community characteristics: A multilevel analysis. Teaching and Teacher Education, 57: 26-38.
Vangrieken, K., Meredith, C., Packer, T., & Kyndt, E. (2017). Teacher communities as a context for professional development: A systematic review. Teaching and teacher education, 61: 47-59.
Vescio, F., Busani, L., Gras, L. M., Fazio, C., Neri, A., Avellis & Stefanelli, P. (2015). Climate, demographic factors and geographical variations in the incidence of invasive meningococcal disease in Italy. Epidemiology & Infection, 143(8): 1742-1750.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. (3rd ed.). New York : Harper and Row Publication.