พุทธบูรณาการเพื่อส่งเสริมการตื่นตัวทางการเมืองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง
คำสำคัญ:
พุทธบูรณาการ, การตื่นตัวทางการเมือง, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน, หลักอธิษฐานธรรมบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาระดับการตื่นตัวทางการเมืองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักอธิษฐานธรรมกับการตื่นตัวทางการเมืองของ อสม. และ 3. นำเสนอการพุทธบูรณาการเพื่อส่งเสริมการตื่นตัวทางการเมืองของ อสม. ในตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง การวิจัยแบบผสานวิธี ประกอบด้วยการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง อสม. จำนวน 230 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 10 รูปหรือคน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการตื่นตัวทางการเมืองของ อสม. ในตำบลชมพู อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 3.44) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านทัศนคติทางการเมือง มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง ด้านการสื่อสารทางการเมืองและด้านพฤติกรรมทางการเมือง ตามลำดับ 2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักอธิษฐานธรรมกับการตื่นตัวทางการเมืองของ อสม. มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับปานกลาง (R = 0.803) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ซึ่งแสดงว่าหาก อสม. ปฏิบัติตามหลักอธิษฐานธรรมมากขึ้น การตื่นตัวทางการเมืองก็จะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นตามไปด้วย และ 3. พุทธบูรณาการหลักอธิษฐานธรรม 4 ด้าน ได้แก่ ปัญญา (ความรู้ชัด) สัจจะ (ความจริง) จาคะ (ความเสียสละ) และอุปสมะ (ความสงบ) ช่วยส่งเสริมให้ อสม. มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่พลเมือง มีวิจารณญาณในการวิเคราะห์ข่าวสาร มีความซื่อตรง ยึดมั่นในข้อเท็จจริง มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่ยึดสันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
เอกสารอ้างอิง
จันทิมา กอหงษ์. (2562). การเมืองและภาคพลเมือง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ณฐมน หมวกฉิม และคณะ. (2565). การตื่นตัวทางการเมืองของเยาวชนในระบอบประชาธิปไตยที่มีผลต่อการเลือกตั้งทั่วไปของไทย. วารสารรัชต์ภาคย์, 16(44), 103-118.
ธิติภัทร จรูญชัยกุลเจริญ. (2566). การอธิษฐาน ในบริบทสังคมและวัฒนธรรมไทย (วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาคติชนวิทยา). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2560). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระบุญลัท ปุญญฺวนฺโต พระครูศรีปริยัติคุณาภรณ์. (2560). การสร้างความสำเร็จในชีวิตตามหลักอธิษฐานธรรม. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 8(1), 88 - 90.
พระปัญญา สุจิตฺโต และคณะ. (2566). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมจิตสำนึกการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนในอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน,. 12(3), 370-385.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2560). ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาชาตรี ชาครชโย. (2564). การตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วไป ในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 4(2), 24-30.
พระมหาณัฏฐพจน์ ขนฺติธโร. (2565). ปัจจัยที่มีผลต่อการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในอำเภอละแม จังหวัดชุมพร. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม, 7(1), 281-291.
ภัฏชวัชร์ สุขเสน. (2561). อธิษฐานธรรม : หลักความมั่นคงของมนุษย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาลัยสงฆ์บุรีรัมย์. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์, 5(1), 79 - 86.
สุมาลี บุญเรือง และคณะ. (2564). การพัฒนาการตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนในระบอบประชาธิปไตยที่มีผลต่อการเลือกตั้งทั่วไป. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(6), 363-379.
Ven. Sothearith Sum. (2564). การตื่นตัวทางการเมืองของชาวกัมพูชาที่พำนักอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม, 6(2), 152-162.
Almond, G. A., & Verba, S. (1963). The Civic Culture: Political Attitudes and Democracy in Five Nations. Princeton: Princeton University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น

